|
| [๑๗] ไม่ว่าจะทำอะไรหรือจะพูดอะไร ก็ให้ทำและพูดเพื่อพระเยซูเจ้า และให้ขอบคุณพระเจ้าพระบิดาผ่านทางพระเยซู [๑๘] พวกคุณที่เป็นภรรยา ให้ยินยอมต่อสามีของตน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องในองค์เจ้าชีวิต [๑๙] พวกคุณที่เป็นสามี ให้รักภรรยาของตน และอย่าได้ก้าวร้าวกับเธอ [๒๐] พวกคุณที่เป็นเด็กๆให้เชื่อฟังพ่อแม่ของตนในทุกเรื่อง ถ้าทำอย่างนี้องค์เจ้าชีวิตก็จะพอใจ [๒๑] พวกคุณที่เป็นพ่อ อย่าทำให้ลูกของตนเคืองแค้นใจ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ท้อใจ [๒๒] พวกคุณที่เป็นทาส ให้เชื่อฟังนายในโลกนี้ทุกอย่าง อย่าเพียงแต่ทำดีแค่ต่อหน้าอย่างคนประจบประแจง แต่ให้ทำจากใจจริง และทำเพราะเกรงกลัวเจ้านายสูงสุด [๒๓] ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ให้ทุ่มสุดใจเหมือนกับว่าไม่ได้ทำเพื่อมนุษย์ แต่ทำเพื่อองค์เจ้าชีวิต |
|
|
| สิ่งที่มือคุณทำได้ก็ให้ทำสุดแรงเกิดไปเลย เพราะในแดนคนตายที่จะต้องไปนั้น จะไม่มีการลงมือทำอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ความคิด ความรู้ หรือสติปัญญา |
|
|
| แต่ถ้ามีใครไม่ยอมเลี้ยงดูญาติพี่น้องโดยเฉพาะครอบครัวของตัวเอง เขาก็ได้ทิ้งความเชื่อแล้ว และแย่ยิ่งกว่าคนที่ไม่เชื่อเสียอีก |
|
|
| แต่ถ้ามีใครไม่ยอมเลี้ยงดูญาติพี่น้องโดยเฉพาะครอบครัวของตัวเอง เขาก็ได้ทิ้งความเชื่อแล้ว และแย่ยิ่งกว่าคนที่ไม่เชื่อเสียอีก |
|
|
| พระเจ้าเอาผู้ชายคนนั้นไปอยู่ในสวนเอเดน ให้เขาดูแลเอาใจใส่สวนนั้น |
|
|
| คนที่ไว้ใจได้ในเรื่องเล็กๆก็จะไว้ใจได้ในเรื่องใหญ่ๆด้วย แต่คนที่ไว้ใจไม่ได้แม้แต่ในเรื่องเล็กๆก็จะไว้ใจไม่ได้ในเรื่องใหญ่ๆด้วย |
|
|
| คนที่ไว้ใจได้ในเรื่องเล็กๆก็จะไว้ใจได้ในเรื่องใหญ่ๆด้วย แต่คนที่ไว้ใจไม่ได้แม้แต่ในเรื่องเล็กๆก็จะไว้ใจไม่ได้ในเรื่องใหญ่ๆด้วย |
|
|
| มือที่เกียจคร้านทำให้ยากจน แต่มือที่ขยันทำให้ร่ำรวย |
|
|
| คนที่เก็บรวบรวมพืชผลในฤดูร้อน เป็นลูกที่รู้จักคิด แต่คนที่เอาแต่นอนในฤดูเก็บเกี่ยวนั้น เป็นลูกที่น่าอับอาย |
|
|
| คนที่ทำงานในไร่นาของตน จะมีอาหารอย่างเหลือเฟือ แต่คนที่ไล่ตามสิ่งที่ไร้สาระ เป็นคนที่ไม่มีสมองคิด |
|
|
| คนที่ทำงานในไร่นาของตน จะมีอาหารอย่างเหลือเฟือ แต่คนที่ไล่ตามสิ่งที่ไร้สาระ เป็นคนที่ไม่มีสมองคิด |
|
|
| มือของคนขยันจะได้ปกครอง แต่คนขี้เกียจจะต้องทำงานอย่างทาส |
|
|
| คนขี้เกียจจะหิว แต่ไม่มีอะไรจะกิน แต่คนขยันจะมีกินอย่างอิ่มหนำ |
|
|
| งานหนักทุกอย่างล้วนให้ผลกำไร แต่คนที่ดีแต่พูดจะยากจน |
|
|
| งานหนักทุกอย่างล้วนให้ผลกำไร แต่คนที่ดีแต่พูดจะยากจน |
|
|
| คนขี้เกียจนอนได้ทั้งวัน คนเกียจคร้านจะหิวโหย |
|
|
| คนขี้เกียจนอนได้ทั้งวัน คนเกียจคร้านจะหิวโหย |
|
|
| คนขี้เกียจซุกมือไว้ในชาม ขี้เกียจแม้แต่จะยกอาหารเข้าปากตัวเอง |
|
|
| เจ้าคนขี้เกียจ ไปดูมดไป ไปดูชีวิตของมันซะ จะได้ฉลาดขึ้น |
|
|
| [๑๕] ถ้าอย่างนั้น ระวังให้ดีว่าพวกคุณใช้ชีวิตอย่างไร อย่าเป็นเหมือนคนโง่ แต่ให้เป็นเหมือนคนฉลาด [๑๖] ให้ฉวยโอกาสที่จะทำดี เพราะทุกวันนี้มีแต่ความชั่วร้าย [๑๗] ฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่ แต่ให้เข้าใจว่าองค์เจ้าชีวิตต้องการให้คุณทำอะไร |
|
|
| คนขี้เกียจซุกมือไว้ในชาม ขี้เกียจแม้แต่จะยกอาหารเข้าปากตัวเอง |
|
|
| [๙] เจ้าคนขี้เกียจ เจ้าจะนอนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่เจ้าถึงจะลุกขึ้นจากที่นอน [๑๐] คนเกียจคร้านพูดว่า “ขอนอนอีกสักงีบ ขอพักอีกสักหน่อย ขอนอนกอดอกอีกสักนิด” [๑๑] แล้วเมื่อนั้น ความยากจนก็จะจู่โจมเข้าใส่เจ้าเหมือนกับโจรบุกปล้น และความอดอยากก็จะจู่โจมเข้ามาเหมือนนักรบ [๑๒] คนชอบก่อเรื่อง คือคนชั่วร้ายที่ชอบพูดโกหกไปทั่ว |
|
|
| [๑๕] ถ้าอย่างนั้น ระวังให้ดีว่าพวกคุณใช้ชีวิตอย่างไร อย่าเป็นเหมือนคนโง่ แต่ให้เป็นเหมือนคนฉลาด [๑๖] ให้ฉวยโอกาสที่จะทำดี เพราะทุกวันนี้มีแต่ความชั่วร้าย [๑๗] ฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่ แต่ให้เข้าใจว่าองค์เจ้าชีวิตต้องการให้คุณทำอะไร |
|
|
| [๖] พี่น้องครับ ขอสั่งด้วยอำนาจของพระเยซูคริสต์องค์เจ้าชีวิตของเราว่า อยู่ให้ห่างจากพวกพี่น้องที่ขี้เกียจหลังยาวทุกคนที่ไม่ทำตามคำสั่งสอนที่เราให้ไว้ [๗] เพราะพวกคุณก็รู้ว่าควรจะทำตามเรา ตอนที่อยู่กับคุณเราไม่ได้ขี้เกียจหลังยาวเลย [๘] เราไม่เคยกินของใครฟรีๆ เราได้ทำงานหนัก อาบเหงื่อต่างน้ำทั้งวันทั้งคืน เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระให้กับใคร [๙] จริงๆแล้วเรามีสิทธิ์ที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกคุณ แต่เราอยากจะทำตัวเป็นแบบอย่างให้คุณทำตาม [๑๐] เราถึงได้ตั้งกฎขึ้นมาตอนที่อยู่กับคุณว่า “ถ้าใครไม่ทำงาน ก็ไม่ต้องกิน” |
|
|
| [๙] เจ้าคนขี้เกียจ เจ้าจะนอนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่เจ้าถึงจะลุกขึ้นจากที่นอน [๑๐] คนเกียจคร้านพูดว่า “ขอนอนอีกสักงีบ ขอพักอีกสักหน่อย ขอนอนกอดอกอีกสักนิด” [๑๑] แล้วเมื่อนั้น ความยากจนก็จะจู่โจมเข้าใส่เจ้าเหมือนกับโจรบุกปล้น และความอดอยากก็จะจู่โจมเข้ามาเหมือนนักรบ [๑๒] คนชอบก่อเรื่อง คือคนชั่วร้ายที่ชอบพูดโกหกไปทั่ว |
|
|
| [๓๐] เราผ่านไร่นาของคนขี้เกียจ และผ่านไร่องุ่นของคนโง่ [๓๑] มีแต่หนามขึ้นเต็มไปหมด หญ้าก็รกปิดหน้าดิน ส่วนกำแพงหินก็พังทลายลง [๓๒] เรามองดู และครุ่นคิดในใจ เราสังเกต และได้บทเรียนนี้ว่า [๓๓] นอนสักนิด งีบสักหน่อย กอดอกพักสักครู่ [๓๔] แล้วความจนก็จะจู่โจมเข้ามาหาเจ้าอย่างโจร ความอดอยากจะจู่โจมเข้ามาอย่างคนที่ติดอาวุธ |
|
|
| [๓๐] เราผ่านไร่นาของคนขี้เกียจ และผ่านไร่องุ่นของคนโง่ [๓๑] มีแต่หนามขึ้นเต็มไปหมด หญ้าก็รกปิดหน้าดิน ส่วนกำแพงหินก็พังทลายลง [๓๒] เรามองดู และครุ่นคิดในใจ เราสังเกต และได้บทเรียนนี้ว่า [๓๓] นอนสักนิด งีบสักหน่อย กอดอกพักสักครู่ [๓๔] แล้วความจนก็จะจู่โจมเข้ามาหาเจ้าอย่างโจร ความอดอยากจะจู่โจมเข้ามาอย่างคนที่ติดอาวุธ |
|
|
| [๒๔] แล้วทาสที่ได้รับเงินถุงเดียวก็มา และพูดว่า ‘เจ้านายครับ ผมรู้ว่าท่านเป็นคนที่โหดร้ายทารุณ ท่านเก็บเกี่ยวในที่ดินซึ่งท่านไม่ได้ปลูก และเก็บพืชผลที่ท่านไม่ได้หว่าน [๒๕] ผมกลัวท่าน ก็เลยเอาถุงเงินไปฝังดินซ่อนไว้ นี่ไงถุงเงินของท่าน’ [๒๖] นายจึงด่าเขาว่า ‘ไอ้ทาสชาติชั่วจอมขี้เกียจ ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเก็บเกี่ยวในที่ดินซึ่งข้าไม่ได้ปลูก และเก็บพืชผลที่ข้าไม่ได้หว่าน [๒๗] ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็น่าจะเอาเงินของข้าไปฝากธนาคารไว้ เพื่อว่าเมื่อข้ากลับมา ข้าก็จะได้เงินกลับมาพร้อมทั้งดอกเบี้ยด้วย’ [๒๘] แล้วเจ้านายก็บอกให้เอาถุงเงินจากเขาไปให้คนที่มีถุงเงินสิบถุง [๒๙] เพราะคนที่ทำประโยชน์จากสิ่งที่เขามีอยู่ ก็จะได้รับเพิ่มมากขึ้นจนเหลือเฟือ แต่คนที่ไม่ได้ทำประโยชน์จากสิ่งที่เขามีอยู่ ทุกสิ่งที่เขามีจะถูกริบไปจนหมดด้วย |
|
|
| [๒๔] แล้วทาสที่ได้รับเงินถุงเดียวก็มา และพูดว่า ‘เจ้านายครับ ผมรู้ว่าท่านเป็นคนที่โหดร้ายทารุณ ท่านเก็บเกี่ยวในที่ดินซึ่งท่านไม่ได้ปลูก และเก็บพืชผลที่ท่านไม่ได้หว่าน [๒๕] ผมกลัวท่าน ก็เลยเอาถุงเงินไปฝังดินซ่อนไว้ นี่ไงถุงเงินของท่าน’ [๒๖] นายจึงด่าเขาว่า ‘ไอ้ทาสชาติชั่วจอมขี้เกียจ ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเก็บเกี่ยวในที่ดินซึ่งข้าไม่ได้ปลูก และเก็บพืชผลที่ข้าไม่ได้หว่าน [๒๗] ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็น่าจะเอาเงินของข้าไปฝากธนาคารไว้ เพื่อว่าเมื่อข้ากลับมา ข้าก็จะได้เงินกลับมาพร้อมทั้งดอกเบี้ยด้วย’ [๒๘] แล้วเจ้านายก็บอกให้เอาถุงเงินจากเขาไปให้คนที่มีถุงเงินสิบถุง [๒๙] เพราะคนที่ทำประโยชน์จากสิ่งที่เขามีอยู่ ก็จะได้รับเพิ่มมากขึ้นจนเหลือเฟือ แต่คนที่ไม่ได้ทำประโยชน์จากสิ่งที่เขามีอยู่ ทุกสิ่งที่เขามีจะถูกริบไปจนหมดด้วย |
|