|
| แต่ให้ทำทุกอย่างนี้ อย่างเหมาะสมและเป็นระเบียบ |
|
|
| สิ่งที่มือคุณทำได้ก็ให้ทำสุดแรงเกิดไปเลย เพราะในแดนคนตายที่จะต้องไปนั้น จะไม่มีการลงมือทำอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ความคิด ความรู้ หรือสติปัญญา |
|
|
| คนที่คอยดูลมฟ้า ก็จะไม่ได้เพาะปลูก และคนที่คอยดูเมฆฝน ก็จะไม่ได้เก็บเกี่ยว |
|
|
| อย่าเพิ่งท้อแท้ในการทำดี เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะ คุณก็จะได้เก็บเกี่ยวผลจากการทำดีนั้น ถ้าไม่เลิกไปซะก่อนนะ |
|
|
| ตอนที่ถูกตีสอนนั้น ไม่มีใครชอบหรอกเพราะมันเจ็บ แต่ภายหลังการตีสอนนั้นจะฝึกฝนเรา แล้วผลที่ออกมาก็คือสันติสุข และชีวิตที่พระเจ้าชอบใจ |
|
|
| แต่หลังจากที่พระคริสต์ได้สละตัวเองเป็นเครื่องบูชาเพียงครั้งเดียวเพื่อจัดการกับบาปตลอดไป พระองค์ได้นั่งอยู่ทางขวามือของพระเจ้า |
|
|
| ดังนั้น สำหรับคนที่รู้ตัวว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะทำแต่ไม่ยอมทำ ก็ถือว่าคนนั้นกำลังทำบาป |
|
|
| พวกเราต้องทำงานของพระองค์ผู้ที่ส่งเรามาในตอนกลางวัน เพราะกลางคืนกำลังมาและจะไม่มีใครทำงานได้ |
|
|
| “แต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะรับใช้อยู่เสมอ และจุดตะเกียงให้ส่องสว่างอยู่เสมอ |
|
|
| พวกคุณก็เหมือนกัน ให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะบุตรมนุษย์จะมาตอนที่คุณคาดไม่ถึง” |
|
|
| แต่ให้ดิ้นรนหาอาณาจักรของพระเจ้าและชีวิตที่ทำตามใจพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะให้สิ่งที่จำเป็นทั้งหมดนี้กับพวกคุณเอง |
|
|
| พระคริสต์ให้ผมมีกำลังที่จะทนได้กับทุกสิ่ง |
|
|
| มือที่เกียจคร้านทำให้ยากจน แต่มือที่ขยันทำให้ร่ำรวย |
|
|
| [๒๔] มือของคนขยันจะได้ปกครอง แต่คนขี้เกียจจะต้องทำงานอย่างทาส [๒๕] ความวิตกกังวลทำให้ใจหดหู่ แต่คำพูดที่ให้กำลังใจย่อมทำให้เขามีความสุข |
|
|
| คนขี้เกียจจะหิว แต่ไม่มีอะไรจะกิน แต่คนขยันจะมีกินอย่างอิ่มหนำ |
|
|
| งานหนักทุกอย่างล้วนให้ผลกำไร แต่คนที่ดีแต่พูดจะยากจน |
|
|
| คนขี้เกียจหลังยาวที่ไม่ยอมทำงานของตน เป็นพี่น้องกับคนที่ชอบทำลาย |
|
|
| ในฤดูทำนา คนขี้เกียจไม่ไถพรวนดิน เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เขาก็หาผลผลิตแต่ไม่เจอ |
|
|
| คนรักความสนุกสนานจะยากจน คนที่รักเหล้าองุ่นและอาหารแพงๆจะไม่รวย |
|
|
| ไม่ต้องคุยโวถึงวันพรุ่งนี้ เพราะเจ้าไม่รู้ว่า แต่ละวันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง |
|
|
| [๒๐] เพราะฉะนั้นถ้าผมทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ ก็แสดงว่าไม่ใช่ผมที่เป็นคนทำ แต่เป็นบาปที่อยู่ในผมต่างหากที่ทำ [๒๑] ผมเลยค้นพบกฎข้อหนึ่งว่า เมื่อไรก็ตามที่ผมอยากจะทำดี ความชั่วจะอยู่ที่นั่นกับผมเสมอ |
|
|
| [๑๕] ถ้าอย่างนั้น ระวังให้ดีว่าพวกคุณใช้ชีวิตอย่างไร อย่าเป็นเหมือนคนโง่ แต่ให้เป็นเหมือนคนฉลาด [๑๖] ให้ฉวยโอกาสที่จะทำดี เพราะทุกวันนี้มีแต่ความชั่วร้าย [๑๗] ฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่ แต่ให้เข้าใจว่าองค์เจ้าชีวิตต้องการให้คุณทำอะไร |
|
|
| [๕๙] พระองค์พูดกับอีกคนหนึ่งว่า “ตามเรามา” แต่ชายคนนั้นตอบว่า “ขออนุญาตไปฝังศพพ่อก่อนนะครับ” [๖๐] พระเยซูจึงบอกว่า “ปล่อยให้คนตายฝังคนตายกันเองเถอะ ส่วนคุณให้ไปประกาศอาณาจักรของพระเจ้าเถอะ” [๖๑] ชายอีกคนหนึ่งพูดว่า “ผมจะตามพระองค์ไปแน่ แต่ขอกลับไปร่ำลาคนที่บ้านก่อนนะครับ” [๖๒] พระเยซูจึงตอบว่า “ถ้าคนที่จับคันไถแล้วยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่ คนนั้นก็ไม่เหมาะสมกับอาณาจักรของพระเจ้า” |
|
|
| [๓๐] เราผ่านไร่นาของคนขี้เกียจ และผ่านไร่องุ่นของคนโง่ [๓๑] มีแต่หนามขึ้นเต็มไปหมด หญ้าก็รกปิดหน้าดิน ส่วนกำแพงหินก็พังทลายลง [๓๒] เรามองดู และครุ่นคิดในใจ เราสังเกต และได้บทเรียนนี้ว่า [๓๓] นอนสักนิด งีบสักหน่อย กอดอกพักสักครู่ [๓๔] แล้วความจนก็จะจู่โจมเข้ามาหาเจ้าอย่างโจร ความอดอยากจะจู่โจมเข้ามาอย่างคนที่ติดอาวุธ |
|