|
| เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา |
|
|
| ถ้าข้าพเจ้าเป็นผู้ทำผิดและทำอะไรที่ควรมีโทษถึงตาย ข้าพเจ้าก็ยอมตายโดยไม่ขัดขืน แต่ถ้าเรื่องที่พวกเขาฟ้องข้าพเจ้านั้นไม่จริง แล้วก็ไม่มีใครมีอำนาจมอบข้าพเจ้าให้พวกเขาได้ ข้าพเจ้าขอถวายฎีกาถึงซีซาร์” |
|
|
| แต่พวกที่ขี้ขลาด พวกที่ไม่เชื่อ พวกที่ประพฤติอย่างน่าสะอิดสะเอียน พวกฆาตกร พวกล่วงประเวณี พวกใช้เวทมนตร์ พวกบูชารูปเคารพ และทุกคนที่โกหกนั้น มรดกของพวกเขาอยู่ในบึงที่ไฟและกำมะถันกำลังลุกไหม้อยู่ ซึ่งเป็นความตายครั้งที่สอง” |
|
|
| [๑๐] “ถ้าผู้ใดร่วมประเวณีกับภรรยาของ เพื่อนบ้าน ผู้ร่วมประเวณีทั้งชายและหญิงนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตาย [๑๑] ชายใดนอนกับภรรยาของบิดาของเขา ผู้นั้นได้เปิดของลับของบิดาของเขา ทั้งสองคนนั้นต้องถูกลงโทษถึงตายแน่ๆ ที่พวกเขาต้องตายนั้นพวกเขาเองเป็นผู้รับผิดชอบ [๑๒] ชายใดนอนกับลูกสะใภ้ ทั้งสองคนนั้นต้องถูกลงโทษถึงตายแน่ๆ เพราะทั้งสองได้ทำผิดวิปลาส ที่พวกเขาต้องตายนั้นพวกเขาเองเป็นผู้รับผิดชอบ [๑๓] ชายใดนอนกับผู้ชายเหมือนอย่างกับผู้หญิง ทั้งสองคนทำผิดในสิ่งอันพึงรังเกียจ ทั้งสองคนนั้นต้องถูกลงโทษถึงตายแน่ๆ ที่พวกเขาต้องตายนั้นพวกเขาเองเป็นผู้รับผิดชอบ |
|
|
| [๑๒] “ผู้ใดทุบตีคนหนึ่งให้ตาย ผู้นั้นจำต้องรับโทษถึงตายเหมือนกัน [๑๓] ถ้าผู้ใดไม่ได้เจตนาฆ่าเขา แต่เขาตายเพราะพระเจ้าทรงปล่อยให้ตายด้วยมือของผู้นั้น เราจะกำหนดที่แห่งหนึ่งแก่เจ้าให้เขาหนีไปที่นั่น [๑๔] แต่ถ้าผู้ใดเจตนาหักหลังฆ่าเพื่อนบ้าน ก็ให้ดึงตัวเขาไปจากแท่นบูชาของเรา เพื่อลงโทษให้ถึงตาย [๑๕] “ผู้ใดทุบตีบิดามารดาของตน ผู้นั้นจะต้องถูกปรับโทษถึงตาย [๑๖] “ผู้ใดลักคนไปขายก็ดี หรือมีผู้พบคนที่ถูกลักไปอยู่ในมือของผู้นั้นก็ดี ผู้ลักนั้นจะต้องถูกปรับโทษถึงตาย [๑๗] “ผู้ใดด่าแช่งบิดามารดาของตน ผู้นั้นต้องถูกปรับโทษถึงตาย |
|
|
| “ผู้ใดร่วมประเวณีกับสัตว์ ผู้นั้นจะต้องถูกประหาร |
|
|
| พวกท่านจงพาเขาทั้งสองออกไปที่ประตูเมือง และเอาหินขว้างเขาทั้งสองให้ตายเสีย เพราะว่าหญิงสาวคนนั้น แม้อยู่ในเมืองก็ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนชายคนนั้นได้ทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านได้รับความละอาย ดังนั้น ท่านจะกำจัดความชั่วเสียจากท่ามกลางท่าน |
|
|
| แต่ผู้เผยพระวจนะหรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์คนนั้นต้องมีโทษถึงตาย เพราะเขาได้พูดให้กบฏต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านผู้ทรงนำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ และทรงไถ่ท่านออกจากแดนทาส เพื่อผลักดันท่านออกไปจากทางซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงบัญชาให้ท่านดำเนิน โดยวิธีนี้ท่านจึงจะขจัดความชั่วไปจากท่ามกลางท่าน |
|
|
| ผู้ใดเหยียดหยามพระนามพระยาห์เวห์จะต้องถูกลงโทษถึงตาย ให้ชุมนุมชนขว้างเขาเสียให้ตาย คนต่างด้าวหรือชาวเมืองก็ดี เมื่อเขาเหยียดหยามพระนาม จะต้องถูกลงโทษถึงตาย |
|
|
| [๑๘] “ถ้าชายคนใดมีบุตรที่ดื้อและไม่อยู่ในโอวาท ไม่เชื่อฟังเสียงของบิดาของตนหรือเสียงของมารดาของตน แม้ว่าบิดามารดาจะได้ตีสอน เขาก็ไม่ยอมฟัง [๑๙] ให้บิดามารดาจับตัวเขาออกมาหาพวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้น ณ ประตูเมืองของเขา [๒๐] และพูดกับพวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้นว่า ‘บุตรชายของเราคนนี้เป็นคนดื้อและไม่อยู่ในโอวาท ไม่เชื่อฟังเสียงเรา เป็นคนตะกละและขี้เมา’ [๒๑] แล้วผู้ชายทุกคนในเมืองนั้นจะเอาหินขว้างเขาให้ตาย ดังนั้นท่านจะได้กำจัดความชั่วเสียจากท่ามกลางท่าน คนอิสราเอลทั้งสิ้นจะได้ยินและเกรงกลัว |
|
|
| ผู้ที่ถูกกล่าวโทษถึงตายนั้น ให้มีพยานสองหรือสามปาก จึงให้ปรับโทษถึงตายได้ ห้ามลงโทษใครถึงตายด้วยพยานปากเดียว |
|
|
| “ชายหรือหญิงคนใดที่เป็นคนทรงหรือพ่อมด แม่มด จงฆ่าเสีย จงเอาหินขว้าง ที่เขาต้องตายนั้นเขาเองรับผิดชอบ” |
|
|
| [๓๒] ขณะที่คนอิสราเอลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาพบชายคนหนึ่งไปเก็บฟืนในวันสะบาโต [๓๓] พวกที่พบเขาเก็บฟืนก็พาเขามาหาโมเสส อาโรน และชุมนุมชนทั้งหมด [๓๔] เขาจึงขังคนนั้นไว้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะทำกับเขาอย่างไร [๓๕] แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “ชายคนนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตาย ชุมนุมชนทั้งหมดต้องเอาหินขว้างเขาให้ตายที่นอกค่าย” [๓๖] ชุมนุมชนทั้งหมดจึงพาเขามาที่นอกค่าย และเอาหินขว้างเขาจนตาย ตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาโมเสส |
|
|
| [๒] “จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า คนอิสราเอลคนใดหรือคนต่างด้าวคนใดที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลที่มอบลูกหลานของเขาให้แก่พระโมเลค ผู้นั้นต้องมีโทษถึงตาย ให้ประชาชนเอาหินขว้างเขาเสียให้ตาย [๓] ตัวเราเองจะตั้งหน้าต่อสู้ผู้นั้น และจะไล่เขาออกจากท่ามกลางชนชาติของเขา เพราะว่าเขาได้ให้ลูกของเขาคนหนึ่งแก่พระโมเลค ทำให้สถานนมัสการของเราเป็นมลทิน และทำให้นามบริสุทธิ์ของเราเป็นที่เหยียดหยาม [๔] และถ้าประชาชนจงใจหลับหูหลับตา เรื่องชายคนที่ให้ลูกหลานแก่พระโมเลคนั้นเสีย โดยไม่ขว้างเขาให้ตาย [๕] เราเองจะตั้งหน้าต่อสู้ชายคนนั้น และครอบครัวของเขา และไล่เขาออกจากชนชาติของเขา ทั้งตัวเขาก็ดีและผู้ใดที่ทำตามเขาในการเล่นชู้กับพระโมเลคนั้นก็ดี [๖] “ผู้ใดใฝ่หาคนทรงหรือพ่อมดแม่มด เพื่อเล่นชู้กับพวกเขา เราจะตั้งหน้าต่อสู้ผู้นั้น และไล่เขาออกจากท่ามกลางชนชาติของเขา [๗] เหตุฉะนั้นเจ้าจงชำระตัวให้บริสุทธิ์เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า [๘] จงรักษากฎเกณฑ์ของเราและทำตาม เราคือยาห์เวห์ผู้ชำระเจ้าให้บริสุทธิ์ [๙] ถ้าใครแช่งบิดาหรือมารดาของเขาจะต้องมีโทษถึงตาย เขาได้แช่งบิดาหรือมารดาของเขา ที่เขาต้องตายนั้นเขาเองเป็นผู้รับผิดชอบ |
|
|
| ผู้ที่ฆ่าคนตายจะต้องถูกลงโทษถึงตาย |
|
|
| คนใดขัดขืนไม่ทำตาม คือ ไม่เชื่อฟังปุโรหิตผู้ยืนปรนนิบัติพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านที่นั่น หรือผู้พิพากษาคนนั้นต้องตาย แล้วท่านจะกำจัดความชั่วเสียจากอิสราเอล |
|
|
| แต่ถ้าผู้ใดเจตนาหักหลังฆ่าเพื่อนบ้าน ก็ให้ดึงตัวเขาไปจากแท่นบูชาของเรา เพื่อลงโทษให้ถึงตาย |
|
|
| ใครทำให้มนุษย์โลหิตไหล มนุษย์จะทำให้โลหิตผู้นั้นไหลเหมือนกัน เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ ตามพระฉายาของพระองค์ |
|
|
| “ห้ามฆ่าคน |
|
|
| [๑] ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ถืออำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น [๒] เพราะฉะนั้นผู้ที่ขัดขืนอำนาจนั้น ก็ขัดขืนผู้ซึ่งพระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น และผู้ที่ขัดขืนนั้นจะต้องถูกลงโทษ [๓] เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ประพฤติดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ประพฤติชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็จงทำแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น [๔] เพราะว่าผู้ครอบครองนั้น เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อให้ประโยชน์แก่ท่าน แต่ถ้าท่านทำความชั่วก็จงกลัวเถิด เพราะว่าผู้ครอบครองไม่ได้ถือดาบไว้เฉยๆ แต่เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และจะเป็นผู้ลงโทษแทนพระเจ้าแก่ทุกคนที่ประพฤติชั่ว [๕] เพราะฉะนั้นท่านจะต้องเชื่อฟังผู้ครอบครอง ไม่ใช่เพื่อจะหลีกเลี่ยงการลงโทษอย่างเดียว แต่เพื่อมโนธรรมด้วย [๖] เพราะเหตุผลนี้ ท่านจึงได้เสียส่วยด้วย เพราะว่าผู้มีอำนาจนั้นเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ [๗] จงให้แก่ทุกคนที่ท่านต้องให้เขา คือ ส่วย แก่คนที่ท่านต้องเสียส่วยให้ ภาษี แก่คนที่ท่านต้องเสียภาษีให้ ความยำเกรง แก่คนที่ท่านต้องให้ความยำเกรง เกียรติ แก่คนที่ท่านต้องให้เกียรติ |
|
|
| [๓] พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสีพาผู้หญิงคนหนึ่งมาหา หญิงคนนี้ถูกจับฐานล่วงประเวณี และพวกเขาให้นางยืนอยู่ต่อหน้าประชาชน [๔] เขาทูลพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะกำลังล่วงประเวณีอยู่ [๕] ในธรรมบัญญัตินั้นโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างคนอย่างนี้ให้ตาย แล้วท่านจะว่าอย่างไร?” [๖] เขาพูดอย่างนี้เพื่อทดลองพระองค์โดยหวังจะหาเหตุฟ้องพระองค์ แต่พระเยซูน้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดิน [๗] และเมื่อพวกเขายังทูลถามอยู่เรื่อยๆ พระองค์ก็ยืดพระกายขึ้นตรัสตอบเขาว่า “ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก” [๘] แล้วพระองค์น้อมพระกายลงเอานิ้วเขียนที่ดินอีก [๙] แต่เมื่อพวกเขาได้ยินอย่างนั้น เขาก็ออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่ เหลือแต่พระเยซูตามลำพังกับหญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ [๑๐] พระเยซูยืดพระกายขึ้นตรัสกับนางว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด? ไม่มีใครเอาโทษเธอหรือ?” [๑๑] นางทูลว่า “ท่านเจ้าข้า ไม่มีใครเลย” แล้วพระเยซูตรัสว่า “เราก็ไม่เอาโทษเหมือนกัน จงไปเถิดและจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก”] |
|
|
| “อย่าคิดว่าเรามาล้มเลิกธรรมบัญญัติและคำของบรรดาผู้เผยพระวจนะ เราไม่ได้มาล้มเลิก แต่มาทำให้สมบูรณ์ทุกประการ |
|
|
| [๕] และที่แน่ๆ คือโลหิตที่เป็นชีวิตของพวกเจ้านั้นเราจะทวง เราจะทวงจากมือของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง จากมือของมนุษย์ เราจะทวงชีวิตมนุษย์จากมือของพี่น้องของเขา [๖] ใครทำให้มนุษย์โลหิตไหล มนุษย์จะทำให้โลหิตผู้นั้นไหลเหมือนกัน เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ ตามพระฉายาของพระองค์ |
|
|
| [๓๘] “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ‘ตาแทนตา และฟันแทนฟัน’ [๓๙] ส่วนเราบอกพวกท่านว่า อย่าต่อสู้คนชั่ว ถ้าใครตบแก้มขวาของท่านก็จงหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาด้วย |
|
|
| “ถ้าพบชายคนหนึ่งไปนอนกับภรรยาของคนอื่น ทั้งสองคนคือชายที่ไปนอนกับหญิงและหญิงคนนั้นจะต้องมีโทษถึงตาย ดังนั้นท่านจะกำจัดความชั่วจากอิสราเอล |
|
|
| นี่แน่ะ ท่านผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า อย่าแก้แค้น แต่จงมอบการนั้นไว้ แล้วแต่พระเจ้าจะทรงลงโทษ เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ตรัสว่า “การแก้แค้นเป็นของเรา เราเองจะตอบแทน” |
|
|
| ข้อที่ว่า “ห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขา ห้ามฆ่าคน ห้ามลักทรัพย์ ห้ามโลภ ” ทั้งพระบัญญัติอื่นๆ ก็รวมอยู่ในข้อนี้คือ “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” |
|
|
| คนหน้าซื่อใจคด จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อน แล้วท่านจะเห็นได้ถนัด จึงจะเขี่ยผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้ |
|
|
| ชายใดรับหญิงและรับมารดาของนางมาเป็นภรรยาด้วย นี่เป็นเรื่องอธรรม ให้เผาชายนั้นและหญิงทั้งสองนั้นเสียด้วยไฟ เพื่อว่าจะไม่มีความอธรรมในหมู่พวกเจ้า |
|
|
| บุตรสาวของปุโรหิตคนใด ทำตัวให้เป็นมลทินโดยไปเป็นหญิงโสเภณีก็ทำให้บิดาเป็นมลทิน จะต้องเผาเธอเสียด้วยไฟ |
|
|
| [๑๔] “จงนำผู้ที่แช่งด่านั้นออกมาจากค่าย ให้บรรดาผู้ที่ได้ยินคำแช่งด่า เอามือของตนวางไว้บนศีรษะของเขา และให้ชุมนุมชนเอาหินขว้างเขาให้ตาย [๑๕] และจงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า ผู้ใดแช่งด่าพระเจ้าของเขา ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษบาป [๑๖] ผู้ใดเหยียดหยามพระนามพระยาห์เวห์จะต้องถูกลงโทษถึงตาย ให้ชุมนุมชนขว้างเขาเสียให้ตาย คนต่างด้าวหรือชาวเมืองก็ดี เมื่อเขาเหยียดหยามพระนาม จะต้องถูกลงโทษถึงตาย [๑๗] ผู้ที่ฆ่าคนตายจะต้องถูกลงโทษถึงตาย [๑๘] ผู้ที่ฆ่าสัตว์จะต้องชดใช้สัตว์ ชีวิตแทนชีวิต [๑๙] ถ้าผู้ใดทำให้เพื่อนบ้านเสียโฉม เขาทำให้เสียโฉมอย่างไร ก็ให้ทำแก่เขาอย่างนั้น [๒๐] กระดูกหักแทนกระดูกหัก ตาแทนตา ฟันแทนฟัน เขาทำให้เสียโฉมอย่างไร เขาก็ต้องถูกทำให้เสียโฉมอย่างนั้น [๒๑] ผู้ใดที่ฆ่าสัตว์ต้องเสียค่าชดใช้ และผู้ใดที่ฆ่าคน ให้ผู้นั้นถูกลงโทษถึงตาย [๒๒] จงมีกฎหมายอย่างเดียวกันสำหรับคนต่างด้าว และสำหรับคนท้องถิ่น เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า” [๒๓] โมเสสก็กล่าวแก่คนอิสราเอล ดังนั้นพวกเขาจึงพาคนที่แช่งด่านั้นออกมาจากค่าย และเอาหินขว้างเขาตาย คนอิสราเอลทำดังนี้ตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาโมเสสไว้ |
|
|
| ดาวิดจึงรับสั่งกับนาธันว่า “เราได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์แล้ว” และนาธันทูลดาวิดว่า “พระยาห์เวห์ทรงให้อภัยบาปของฝ่าพระบาทแล้ว ฝ่าพระบาทจะไม่สิ้นพระชนม์ |
|
|
| แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา |
|
|
| ‘ห้ามฆ่าคน |
|
|
| พระเยซูตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงยกโทษพวกเขาเพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” แล้วพวกเขาก็เอาฉลองพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน |
|
|
| “อย่าพิพากษา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลาย |
|