|
| [๑๐] พระวิญญาณของพระยาห์เวห์สถิตกับโอทนีเอล ท่านจึงวินิจฉัยคนอิสราเอลและออกไปรบ และพระยาห์เวห์ทรงมอบคูชันริชาธาอิมกษัตริย์แห่งเมโสโปเตเมียไว้ในมือของท่าน และมือของท่านชนะคูชันริชาธาอิม [๑๑] ดังนั้นแผ่นดินจึงสงบสุขอยู่ 40 ปี แล้วโอทนีเอลบุตรเคนัสก็สิ้นชีวิต [๑๒] และคนอิสราเอลทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์อีก พระยาห์เวห์จึงทรงเสริมกำลังเอกโลน กษัตริย์แห่งโมอับเพื่อให้ต่อสู้อิสราเอล เพราะว่าเขาทั้งหลายได้ทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์ [๑๓] เอกโลนจึงได้ให้คนอัมโมนและคนอามาเลขมาสมทบ ยกไปโจมตีอิสราเอลและได้ยึดเมืองต้นอินทผลัมไว้ [๑๔] ดังนั้นคนอิสราเอลจึงรับใช้เอกโลนกษัตริย์แห่งโมอับอยู่ถึง 18 ปี |
|
|
| [๓๑] เพราะเหตุนี้เราบอกพวกท่านว่า บาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดอภัยให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะโปรดอภัยให้มนุษย์ไม่ได้ [๓๒] ถ้าใครกล่าวร้ายบุตรมนุษย์ จะโปรดอภัยให้คนนั้นได้ แต่ถ้าใครกล่าวร้ายพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะโปรดอภัยให้คนนั้นไม่ได้ ทั้งยุคนี้ยุคหน้า [๓๓] “จงทำให้ต้นไม้ดีและได้ผลดี หรือทำให้ต้นไม้เลวและได้ผลเลว เพราะว่าพวกเรารู้จักต้นด้วยผลของมัน |
|
|
| [๔๕] แล้วพระองค์ทรงช่วยให้ใจของพวกเขาสว่างเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์ [๔๖] พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีถ้อยคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์และเป็นขึ้นจากตายในวันที่สาม [๔๗] และจะต้องประกาศทั่วทุกประชาชาติในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ เพื่อ การยกบาป โดยเริ่มต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม [๔๘] พวกท่านเองก็เป็นพยานถึงสิ่งเหล่านี้ [๔๙] นี่แน่ะ เราจะส่งสิ่งที่พระบิดาของเราทรงสัญญานั้น ลงมาเหนือท่าน แต่ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ในกรุง จนกว่าท่านจะสวมด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน ” |
|
|
| [๖] ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ [๗] อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่าพวกท่านต้องเกิดใหม่ [๘] ลม จะพัดไปที่ไหนก็พัดไปที่นั่น และท่านได้ยินเสียงลมนั้นแต่ไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่เกิดจากพระวิญญาณ ก็เป็นอย่างนั้นทุกคน” |
|
|
| [๒] เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์ได้ทำให้ท่าน พ้นจากกฎแห่งบาปและความตาย [๓] เพราะว่าสิ่งซึ่งธรรมบัญญัติทำไม่ได้ เพราะเนื้อหนังทำให้มันอ่อนกำลังไปนั้น พระเจ้าได้ทรงทำแล้ว โดยพระองค์ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เองมา ในสภาพเสมือนเนื้อหนังที่บาป และเพื่อไถ่ บาป พระบุตรในเนื้อหนังจึงได้ทรงลงโทษบาป [๔] เพื่อความชอบธรรมของธรรมบัญญัติจะได้สำเร็จในตัวเราผู้ไม่ดำเนินตามเนื้อหนัง แต่ตามพระวิญญาณ [๕] เพราะว่าคนทั้งหลายที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง ก็สนใจในสิ่งซึ่งเป็นของเนื้อหนัง แต่คนทั้งหลายที่อยู่ฝ่ายพระวิญญาณ ก็สนใจในสิ่งซึ่งเป็นของพระวิญญาณ [๖] การเอาใจใส่เนื้อหนังก็คือความตาย และการเอาใจใส่พระวิญญาณ ก็คือชีวิตและสันติสุข |
|
|
| [๑๖] เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่พิจารณาใครตามมาตรฐานของโลก แม้ว่าเมื่อก่อนเราเคยพิจารณาพระคริสต์ตามมาตรฐานของโลกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้เราจะไม่พิจารณาพระองค์เช่นนั้นอีก [๑๗] ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น [๑๘] สิ่งทั้งหมดนี้เกิดจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกับพระองค์โดยทางพระเยซูคริสต์ และประทานพันธกิจในเรื่องการคืนดีนี้แก่เรา |
|
|
| [๑๘] แล้วพระวิญญาณทรงสวมทับเหนืออามาสัย หัวหน้าของคนทั้งสามสิบนั้น และเขาทูลว่า “ข้าแต่ดาวิด ข้าพระบาททั้งหลายเป็นของฝ่าพระบาท ข้าแต่บุตรเจสซี ข้าพระบาทอยู่กับฝ่าพระบาท สวัสดิภาพ สวัสดิภาพ จงมีแก่ฝ่าพระบาท และสวัสดิภาพจงมีแก่ผู้ช่วยของฝ่าพระบาท เพราะว่าพระเจ้าของฝ่าพระบาททรงช่วยฝ่าพระบาท” แล้วดาวิดทรงรับเขาทั้งหลายไว้ และทรงตั้งให้เป็นพวกหัวหน้าในกองปล้น [๑๙] บางคนจากเผ่ามนัสเสห์หลบหนีไปเข้าฝ่ายดาวิด เมื่อพระองค์ยกมากับคนฟีลิสเตีย เพื่อทำสงครามกับซาอูล (แต่พวกดาวิดไม่ได้ช่วยคนฟีลิสเตีย เพราะพวกเจ้านายของคนฟีลิสเตียหารือกันและส่งพระองค์กลับไปเสีย บอกว่า “เขาจะหลบหนีไปคืนดีกับซาอูลนายของเขาโดยเอาหัวของเราไปด้วย”) [๒๐] ขณะเมื่อพระองค์ไปยังศิกลาก คนมนัสเสห์เหล่านี้หลบหนีไปเฝ้าพระองค์ คืออัดนาห์ โยซาบาด เยดียาเอล มีคาเอล โยซาบาด เอลีฮูและศิลเลธัย บรรดาหัวหน้ากองพันในเผ่ามนัสเสห์ |
|
|
| [๑] ถึงหัวหน้านักร้อง มัสคิลบทหนึ่งของดาวิด เมื่อโดเอก คนเอโดมมาทูลซาอูลว่า “ดาวิดได้มาที่บ้านของอาหิเมเลค” เจ้าผู้มีอำนาจเต็มประดา ไฉนจึงโอ้อวดในการชั่ว? อ้างความรักมั่นคงของพระเจ้าวันยังค่ำ [๒] ลิ้นของเจ้าวางแผนการทำลาย เหมือนมีดโกนคมนะ เจ้านักล่อลวง [๓] เจ้ารักชั่วมากกว่าดี รักการมุสามากกว่าการพูดความจริง เส-ลาห์ |
|
|
| [๘] แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเต็มด้วยฤทธิ์เดช คือด้วยพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ ด้วยความยุติธรรมและกำลัง ที่จะเปิดโปงการละเมิดของยาโคบแก่ตัวเขา และเปิดโปงบาปของอิสราเอลแก่ตัวเขา [๙] จงฟังข้อความนี้เถิด ท่านทั้งหลายผู้เป็นผู้นำของพงศ์พันธุ์ยาโคบ และผู้ครอบครองพงศ์พันธุ์อิสราเอล คือบรรดาผู้ชังความยุติธรรม และผู้บิดเบือนความถูกต้องทั้งสิ้น [๑๐] ผู้สร้างศิโยนด้วยโลหิต และสร้างเยรูซาเล็มด้วยความอยุติธรรม |
|
|
| [๑] เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์ มาถึง พวกสาวกรวมตัวอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน [๒] ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุแรงกล้าดังก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น [๓] และพวกเขาเห็นบางสิ่งที่คล้ายเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแผ่กระจายอยู่บนตัวพวกเขาทุกคน [๔] พวกเขาทั้งหมดก็เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงเริ่มต้นพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณทรงให้พูด [๕] มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม |
|
|
| [๔๕] แล้วพระองค์ทรงช่วยให้ใจของพวกเขาสว่างเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์ [๔๖] พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีถ้อยคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์และเป็นขึ้นจากตายในวันที่สาม [๔๗] และจะต้องประกาศทั่วทุกประชาชาติในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ เพื่อ การยกบาป โดยเริ่มต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม |
|
|
| [๑๙] พวกเขาได้ออกไปจากเรา แต่เขาก็ไม่ได้เป็นของเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นของเรา เขาก็จะอยู่กับเราต่อไป แต่การที่เขาได้ออกไปนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าเขาไม่ได้เป็นของเรา [๒๐] แต่พวกท่านได้รับการชโลมจากพระองค์ผู้บริสุทธิ์แล้ว และท่านทุกคนก็มีความรู้ [๒๑] ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงพวกท่าน ไม่ใช่เพราะท่านไม่รู้ความจริง แต่เพราะท่านรู้แล้ว และรู้ว่าคำมุสาไม่ได้มาจากความจริง [๒๒] ใครล่ะเป็นคนที่โกหก ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่ปฏิเสธว่าพระเยซูไม่ใช่พระคริสต์ ผู้ที่ปฏิเสธพระบิดาและพระบุตร ผู้นั้นแหละเป็นศัตรูของพระคริสต์ [๒๓] ทุกคนที่ปฏิเสธพระบุตร ไม่มีพระบิดา ผู้ที่ยอมรับพระบุตรก็มีพระบิดาด้วย [๒๔] ท่านทั้งหลาย จงให้สิ่งที่ท่านได้ยินมาตั้งแต่ต้นนั้นดำรงอยู่กับท่านเถิด ถ้าสิ่งที่ท่านได้ยินตั้งแต่ต้นนั้นดำรงอยู่กับท่าน ท่านก็จะอยู่ในพระบุตรและในพระบิดาด้วย [๒๕] นี่แหละเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับเรา คือชีวิตนิรันดร์ [๒๖] ข้าพเจ้าเขียนข้อความนี้ถึงพวกท่าน กล่าวถึงพวกที่พยายามหลอกลวงท่าน [๒๗] ส่วนท่านทั้งหลาย การชโลมซึ่งท่านได้รับจากพระองค์นั้นก็ดำรงอยู่กับท่าน และไม่จำเป็นต้องมีใครสอนท่าน เพราะว่าการชโลมของพระองค์นั้นสอนท่านให้รู้ทุกสิ่ง และเป็นความจริง ไม่ใช่ความเท็จ การชโลมนั้นสอนพวกท่านแล้วอย่างไร ท่านจงอยู่ในพระองค์อย่างนั้น |
|