|
| เพราะว่าข้าพเจ้ากลัวว่าเมื่อมาถึง ข้าพเจ้าอาจจะพบว่าพวกท่านไม่เป็นเหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าอยากเห็น และพวกท่านก็จะพบว่าข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนอย่างที่ท่านอยากเห็น คือกลัวว่าจะมีการทะเลาะวิวาทกัน ริษยากัน ฉุนเฉียวต่อกัน ชิงดีกัน พูดใส่ร้ายกัน ซุบซิบกัน มีความเย่อหยิ่งจองหองและความวุ่นวาย |
|
|
| อย่าให้คำเลวร้ายออกจากปากของท่านทั้งหลาย แต่จงกล่าวคำดีๆ ที่เสริมสร้างและที่เหมาะกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยิน |
|
|
| “ห้ามนำเรื่องเท็จไปเล่าต่อๆ กัน อย่าร่วมมือกับคนชั่วโดยเป็นพยานใจร้าย |
|
|
| ถ้าใครคิดว่าตัวเองเป็นคนมีธรรมะแต่ไม่ได้ควบคุมลิ้นของตน เขาก็หลอกลวงจิตใจของตนเอง และธรรมะของคนนั้นก็ไม่มีประโยชน์ |
|
|
| พี่น้องเอ๋ย อย่ากล่าวร้ายกันและกัน คนที่กล่าวร้ายพี่น้องหรือตัดสินพี่น้องของตน ก็กล่าวร้ายธรรมบัญญัติและตัดสินธรรมบัญญัติ ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสิน |
|
|
| ห้ามเทียวขึ้นเทียวล่องคอยส่อเสียดท่ามกลางชนชาติของตน และห้ามปองร้ายต่อชีวิตของเพื่อนบ้าน เราคือยาห์เวห์ |
|
|
| [๑๘] ผู้ที่ซ่อนความเกลียดชังไว้ก็มีปากมุสา และคนที่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นก็เป็นคนโง่ [๑๙] พูดมากคำย่อมทำบาปได้ แต่คนที่ยับยั้งปากของตนก็เป็นคนฉลาด |
|
|
| [๙] คนที่ไม่นับถือพระเจ้าทำลายเพื่อนบ้านของเขาด้วยปาก แต่คนชอบธรรมจะรอดพ้นด้วยความรู้ [๑๐] เมื่อคนชอบธรรมอยู่เย็นเป็นสุข บ้านเมืองก็เปรมปรีดิ์ และเมื่อคนอธรรมพินาศ ก็มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี [๑๑] โดยพรของคนเที่ยงธรรม บ้านเมืองก็เป็นที่ยกย่อง แต่โดยปากของคนอธรรม บ้านเมืองก็ล่มจม [๑๒] คนที่ดูหมิ่นเพื่อนบ้านของตนย่อมไม่มีสามัญสำนึก แต่คนที่มีความเข้าใจก็นิ่งเงียบ [๑๓] คนที่เที่ยวซุบซิบก็เผยความลับ แต่คนที่ไว้วางใจได้ย่อมปิดเรื่องไว้ได้ |
|
|
| คนตลบตะแลงแพร่การวิวาท และผู้ซุบซิบนินทาก็แยกเพื่อนสนิทออกจากกัน |
|
|
| ผู้ให้อภัยการละเมิดก็มุ่งจะสร้างมิตรภาพ แต่คนที่ชอบพูดย้ำความผิดจะทำให้เพื่อนสนิทแตกคอกัน |
|
|
| [๘] ถ้อยคำของผู้ซุบซิบนินทาก็เหมือนชิ้นอาหารอร่อย มันลงไปยังส่วนต่างๆ ในร่างกาย [๙] คนเกียจคร้านในการงาน ก็เป็นพี่น้องกับคนที่ชอบทำลาย [๑๐] พระนามของพระยาห์เวห์เป็นหอรบแข็งแกร่ง คนชอบธรรมวิ่งเข้าไปในนั้นและปลอดภัย [๑๑] ทรัพย์สมบัติของคนมั่งคั่งเป็นเมืองเข้มแข็งของเขา และเป็นเหมือนกำแพงสูงตามความคิดเห็นของเขา [๑๒] ใจของคนจะผยองก่อนถึงการถูกทำลาย แต่ความถ่อมตัวมาก่อนเกียรติ [๑๓] ถ้าคนตอบก่อนจะได้ยิน ก็เป็นความโง่และความขายหน้าแก่เขา [๑๔] จิตใจของคนทนต่อความเจ็บป่วยได้ แต่จิตใจชอกช้ำใครจะทนได้เล่า? [๑๕] ใจของคนที่มีความเข้าใจย่อมได้ความรู้ และหูของคนมีปัญญาแสวงหาความรู้ [๑๖] ของกำนัลของใครย่อมเปิดทางให้คนนั้น และนำเขามาถึงคนใหญ่คนโต [๑๗] ผู้แถลงคดีของตนก่อนดูเหมือนเป็นฝ่ายถูก จนกว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาสอบสวนเขา [๑๘] การจับฉลากทำให้การทะเลาะสิ้นสุด และแยกคู่โต้แย้งที่มีกำลังออกจากกัน [๑๙] พี่น้องที่หมางใจก็ยากจะปรองดองกันยิ่งกว่าการยึดเมืองที่เข้มแข็ง และการทะเลาะวิวาทเป็นเหมือนดาล ที่ป้อมปราการ [๒๐] ท้องของคนจะอิ่มด้วยผลแห่งปากของเขา เขาจะอิ่มด้วยผลผลิตแห่งริมฝีปากของตน [๒๑] ความตายและชีวิตอยู่ในอำนาจของลิ้น และผู้ที่รักมันก็จะกินผลของมัน |
|
|
| คนที่เที่ยวซุบซิบย่อมเผยความลับ ฉะนั้นอย่าเข้าสังคมกับคนปากบอน |
|
|
| เพราะขาดฟืน ไฟก็ดับ และที่ไหนไม่มีคนซุบซิบนินทา การทะเลาะวิวาทก็หยุดไป |
|
|
| ก็จงระวังลิ้นของเจ้าจากความชั่ว และอย่าให้ริมฝีปากพูดล่อลวง |
|
|
| ทุกคนที่เกลียดข้าพเจ้า ก็ซุบซิบกันถึงเรื่องข้าพเจ้า พวกเขาปองร้ายข้าพเจ้า |
|
|
| ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ ขอทรงเฝ้าระวังประตูริมฝีปากของข้าพระองค์ |
|
|
| [๖] ริมฝีปากของคนโง่นำการวิวาทมา และปากของเขาก็เชื้อเชิญการโบย [๗] ปากของคนโง่เป็นสิ่งทำลายตัวเขาเอง และริมฝีปากของเขาก็เป็นบ่วงดักตนเอง |
|
|
| [๑๓] นอกจากนี้พวกนางยังทำตัวเป็นคนเกียจคร้าน ชอบแวะเวียนไปตามบ้านต่างๆ และไม่ใช่เพียงแต่เกียจคร้านเท่านั้น แต่ยังชอบนินทาด้วย และเที่ยวยุ่งเรื่องของคนอื่น พูดในสิ่งที่ไม่สมควรจะพูด [๑๔] เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงอยากให้บรรดาแม่ม่ายสาวๆ นั้นมีสามี มีบุตรธิดาและดูแลบ้านเรือน เพื่อไม่ให้ศัตรูมีช่องทางกล่าวร้ายได้ |
|
|
| [๙] และจะต้องเป็นคนที่ยึดมั่นในข้อล้ำลึกของความเชื่อ ด้วยมโนธรรมที่บริสุทธิ์ [๑๐] จงทดสอบพวกเขาเสียก่อน และเมื่อเห็นว่าไม่มีข้อตำหนิแล้ว จึงให้พวกเขาทำหน้าที่มัคนายก [๑๑] ส่วนพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน ต้องเป็นคนน่านับถือ ไม่ใส่ร้ายคนอื่น รู้จักประมาณตน ซื่อสัตย์ในทุกๆ เรื่อง |
|
|
| [๒๐] เพราะขาดฟืน ไฟก็ดับ และที่ไหนไม่มีคนซุบซิบนินทา การทะเลาะวิวาทก็หยุดไป [๒๑] ถ่านเป็นเชื้อเพลิง และฟืนเป็นเชื้อไฟฉันใด คนที่ชอบทะเลาะก็เป็นเหตุให้การวิวาทลุกลามฉันนั้น [๒๒] ถ้อยคำของผู้ซุบซิบนินทาก็เหมือนชิ้นอาหารอร่อย มันลงไปยังส่วนต่างๆ ในร่างกาย |
|
|
| [๒๙] พวกเขาเต็มด้วยการอธรรมทุกชนิด ความชั่วร้าย ความโลภ ความมุ่งร้าย ความอิจฉาริษยา การฆ่าฟัน การวิวาท การหลอกลวง การคิดร้าย พูดนินทา [๓๐] ส่อเสียด เกลียดชังพระเจ้า ดูถูกคนอื่น เย่อหยิ่งจองหอง อวดตัว คิดทำชั่วแปลกๆ ไม่เชื่อฟังบิดามารดา [๓๑] ไร้ปัญญา ไร้ความซื่อสัตย์ ไร้ความรักกัน ไร้ความเมตตา [๓๒] แม้เขาจะรู้บัญญัติอันชอบธรรมของพระเจ้า ที่ว่าคนทั้งปวงที่ประพฤติเช่นนั้นสมควรจะตาย เขาก็ไม่เพียงประพฤติเท่านั้น แต่ยังเห็นชอบกับคนอื่นที่ประพฤติเช่นนั้นด้วย |
|
|
| [๒] สอนบรรดาผู้ชายสูงอายุให้รู้จักประมาณตน มีความน่านับถือ มีสติสัมปชัญญะ มีความเชื่อที่ถูกต้อง มีความรัก และความทรหดอดทน [๓] ส่วนบรรดาผู้หญิงสูงอายุก็เหมือนกัน สอนพวกนางให้ประพฤติด้วยความน่านับถือ ไม่ใส่ร้าย ไม่ติดเหล้า แต่เป็นผู้สอนสิ่งที่ดีงาม [๔] เพื่ออบรมหญิงสาวให้รักสามีและบุตรของพวกตน [๕] มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนบริสุทธิ์ ดูแลบ้านเรือนอย่างดี มีความเมตตาและเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าพระวจนะของพระเจ้าจะไม่ถูกดูหมิ่น |
|
|
| [๒๘] และเพราะเขาเห็นว่าการรู้จักพระเจ้าไม่เป็นสิ่งสำคัญ พระองค์จึงทรงปล่อยให้เขามีจิตใจเสื่อมทรามและประพฤติสิ่งที่ไม่เหมาะสม [๒๙] พวกเขาเต็มด้วยการอธรรมทุกชนิด ความชั่วร้าย ความโลภ ความมุ่งร้าย ความอิจฉาริษยา การฆ่าฟัน การวิวาท การหลอกลวง การคิดร้าย พูดนินทา [๓๐] ส่อเสียด เกลียดชังพระเจ้า ดูถูกคนอื่น เย่อหยิ่งจองหอง อวดตัว คิดทำชั่วแปลกๆ ไม่เชื่อฟังบิดามารดา [๓๑] ไร้ปัญญา ไร้ความซื่อสัตย์ ไร้ความรักกัน ไร้ความเมตตา [๓๒] แม้เขาจะรู้บัญญัติอันชอบธรรมของพระเจ้า ที่ว่าคนทั้งปวงที่ประพฤติเช่นนั้นสมควรจะตาย เขาก็ไม่เพียงประพฤติเท่านั้น แต่ยังเห็นชอบกับคนอื่นที่ประพฤติเช่นนั้นด้วย |
|