กาลาเทีย ๒:๑๐ เขาทั้งสามขอแต่เพียงให้เราคิดถึงคนจนเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ากระตือรือร้นที่จะทำอยู่แล้ว
มัทธิว ๑๙:๒๑ พระเยซูตรัสตอบว่า “หากท่านปรารถนาจะเป็นคนดีพร้อม จงไปขายทุกสิ่งที่มีและแจกจ่ายให้คนยากจนแล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ จากนั้นจงตามเรามา”
ลูกา ๑๒:๓๓-๓๔ [๓๓] จงขายทรัพย์สินของท่านและบริจาคแก่คนยากไร้ จงจัดเตรียมถุงเงินที่ไม่มีวันฉีกขาดไว้ให้ตนเอง คือทรัพย์สมบัติในสวรรค์ซึ่งไม่รู้จักหมดสิ้น ในที่ซึ่งไม่มีขโมยมาเฉียดใกล้ และไม่มีมอดแมลงมาทำลาย [๓๔] เพราะทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย
ลูกา ๑๔:๑๒-๑๔ [๑๒] จากนั้นพระเยซูตรัสกับผู้ที่ทูลเชิญพระองค์ว่า “เมื่อท่านจะจัดเลี้ยงมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำ อย่าเชิญมิตรสหาย ญาติ พี่น้องหรือเพื่อนบ้านที่ร่ำรวย ถ้าท่านทำอย่างนั้น พวกเขาอาจจะเชิญท่านกลับคืนบ้าง เป็นอันว่าท่านได้รับการตอบแทนแล้ว [๑๓] แต่เมื่อท่านจัดงานเลี้ยง จงเชิญคนจน คนพิการ คนง่อยและคนตาบอด [๑๔] แล้วท่านจะเป็นสุข ถึงแม้พวกเขาไม่อาจตอบแทนท่าน แต่ท่านจะได้รับผลตอบแทนเมื่อผู้ชอบธรรมเป็นขึ้นจากตาย”
ลูกา ๖:๒๐-๒๑ [๒๐] พระเยซูทอดพระเนตรเหล่าสาวกและตรัสว่า “ความสุขมีแก่ท่านผู้ขัดสน เพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของท่านแล้ว [๒๑] ความสุขมีแก่ท่านผู้หิวโหยอยู่ในขณะนี้ เพราะท่านจะได้อิ่มเอม ความสุขมีแก่ท่านผู้ร่ำไห้อยู่ในขณะนี้ เพราะท่านจะได้หัวเราะ
๒ โครินธ์ ๘:๙ เพราะท่านย่อมทราบถึงพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราว่า แม้พระองค์ทรงมั่งคั่งก็ทรงยอมยากไร้ เพราะเห็นแก่พวกท่านเพื่อว่าท่านจะได้มั่งคั่งโดยทางความยากไร้ของพระองค์
ยากอบ ๒:๕ พี่น้องที่รักจงฟังเถิด พระเจ้าทรงเลือกผู้ยากไร้ในสายตาชาวโลกให้ร่ำรวยในความเชื่อ และให้ครองอาณาจักรที่ทรงสัญญาไว้แก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์ไม่ใช่หรือ?
มาระโก ๑๔:๗ ท่านจะมีคนยากจนอยู่กับท่านเสมอและท่านสามารถช่วยพวกเขาได้ทุกเวลาตามที่ท่านต้องการ แต่เราจะไม่ได้อยู่กับท่านเสมอไป
สุภาษิต ๑๙:๑๗ ผู้ที่เมตตาคนยากจนก็เท่ากับให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืม และพระองค์จะทรงให้รางวัลตอบแทนสิ่งที่เขาทำ
สุภาษิต ๒๒:๙ ความสุขมีแก่คนใจกว้าง เพราะเขาแบ่งปันอาหารแก่ผู้ยากไร้
สุภาษิต ๑๔:๓๑ ผู้ที่รังแกคนยากจนก็หมิ่นประมาทพระผู้สร้างของพวกเขา แต่ผู้ที่เมตตาคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
สุภาษิต ๒๘:๒๗ ผู้ที่หยิบยื่นให้แก่คนยากจนจะไม่ขัดสน แต่ผู้ที่ปิดตาเมินคนยากจนจะถูกสาปแช่งไม่รู้จบ
เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๕:๑๑ จะมีคนจนในแผ่นดินเสมอ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงกำชับให้ท่านเอื้อเฟื้อแก่พี่น้อง คนยากไร้ ผู้ขัดสนในดินแดนของท่าน
สุภาษิต ๒๑:๑๓ คนที่ปิดหูจากเสียงร่ำร้องของคนจน ก็จะร่ำร้องและไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน
ลูกา ๖:๓๘ จงให้แล้วท่านจะได้รับ และทะนานที่ตวงเต็มยัดสั่นแน่นพูนล้นจะถูกเทลงในตักของท่าน เพราะท่านใช้ทะนานอันใดก็จะใช้ทะนานอันเดียวกันนั้นตวงแก่ท่าน”
มัทธิว ๕:๔๒ จงให้แก่ผู้ที่ขอท่านและอย่าเมินหนีผู้ที่ต้องการจะขอยืมจากท่าน
ยากอบ ๑:๒๗ ศาสนาที่พระเจ้าพระบิดาของเรายอมรับว่าบริสุทธิ์และไร้ตำหนิคือ การดูแลลูกกำพร้าและหญิงม่ายที่ทุกข์ร้อนและการรักษาตนเองให้พ้นจากมลทินฝ่ายโลก
เลวีนิติ ๑๙:๙-๑๐ [๙] “ ‘เมื่อเจ้าเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร อย่าเก็บเกี่ยวจนถึงขอบนา และอย่าเก็บเมล็ดข้าวซึ่งตกเกลื่อนตามพื้นดิน [๑๐] อย่าเก็บผลองุ่นซ้ำเป็นรอบสอง หรือเก็บที่หล่นอยู่ตามพื้น จงปล่อยไว้เป็นส่วนของคนยากจนและคนต่างด้าว เพราะเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
๑ ยอห์น ๓:๑๗ ถ้าผู้ใดมีทรัพย์สิ่งของ และเห็นพี่น้องของตนขัดสนแต่ยังไม่สงสารเขา ความรักของพระเจ้าจะอยู่ในผู้นั้นได้อย่างไร?
เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๕:๗-๘ [๗] หากมีคนยากจนท่ามกลางพี่น้องในเมืองใดของดินแดนซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะประทานแก่ท่าน อย่านิ่งดูดายหรือไม่ยอมเห็นใจช่วยเหลือเขา [๘] จงใจกว้างเอื้อเฟื้อให้เขายืมตามที่เขาจำเป็น
มัทธิว ๒๕:๓๑-๔๖ [๓๑] “เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระเกียรติสิริของพระองค์พร้อมด้วยทูตสวรรค์ทั้งหมด พระองค์จะประทับบนบัลลังก์ของพระองค์ด้วยพระเกียรติสิริแห่งฟ้าสวรรค์ [๓๒] มวลประชาชาติจะมาชุมนุมกันต่อหน้าพระองค์ และพระองค์จะทรงแยกประชากรออกจากกันเหมือนคนเลี้ยงแยกแกะออกจากแพะ [๓๓] แกะนั้นจะทรงให้อยู่เบื้องขวาของพระองค์ ส่วนแพะอยู่เบื้องซ้าย [๓๔] “แล้วองค์ราชันจะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาของพระองค์ว่า ‘ท่านผู้ได้รับพรจากพระบิดาของเรามารับมรดกของท่านเถิด คืออาณาจักรที่เตรียมไว้สำหรับท่านตั้งแต่ทรงสร้างโลก [๓๕] เพราะเมื่อเราหิวท่านก็ให้เรากิน เรากระหายท่านก็ให้เราดื่ม เราเป็นคนแปลกหน้า ท่านก็ต้อนรับเราไว้ [๓๖] เราต้องการเครื่องนุ่งห่ม ท่านก็ให้เรา เราเจ็บป่วยท่านก็ดูแล เราอยู่ในคุกท่านก็มาเยี่ยม’ [๓๗] “แล้วผู้ชอบธรรมจะทูลพระองค์ว่า ‘พระองค์เจ้าข้า เมื่อใดกันที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวและได้เลี้ยงดูพระองค์ หรือเห็นพระองค์ทรงกระหายและได้ให้พระองค์ทรงดื่ม? [๓๘] เมื่อใดกันที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์เป็นคนแปลกหน้าและได้ต้อนรับไว้ หรือถวายฉลองพระองค์เมื่อทรงประสงค์? [๓๙] เมื่อใดกันที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรืออยู่ในคุกและได้ไปเยี่ยมพระองค์?’ [๔๐] “องค์ราชันจะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่าสิ่งใดที่ท่านทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรา ท่านก็ได้ทำให้เราด้วย’ [๔๑] “แล้วพระองค์จะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายของพระองค์ว่า ‘จงไปเสียจากเรา เจ้าทั้งหลายผู้ถูกสาปแช่ง จงไปยังไฟนิรันดร์ที่เตรียมไว้สำหรับมารร้ายกับสมุนของมัน [๔๒] เพราะเมื่อเราหิว เจ้าก็ไม่ได้ให้เรากิน เรากระหาย เจ้าก็ไม่ได้ให้เราดื่ม [๔๓] เราเป็นคนแปลกหน้ามา เจ้าก็ไม่ได้ต้อนรับ เราต้องการเครื่องนุ่งห่ม เจ้าก็ไม่ได้ให้ เราเจ็บป่วยและอยู่ในคุก เจ้าก็ไม่ได้ดูแล’ [๔๔] “พวกเขาก็ทูลเช่นกันว่า ‘พระองค์เจ้าข้าเมื่อใดกันที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวหรือกระหาย หรือเป็นคนแปลกหน้า หรือต้องการฉลองพระองค์ หรือประชวร หรืออยู่ในคุก แล้วข้าพระองค์ไม่ได้ช่วยเหลือ?’ [๔๕] “พระองค์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่เจ้าว่าสิ่งใดที่เจ้าไม่ได้ทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในคนเหล่านี้ เจ้าก็ไม่ได้ทำให้เราด้วย’ [๔๖] “แล้วคนเหล่านี้ก็ต้องออกไปรับโทษนิรันดร์ แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์”
อิสยาห์ ๒๕:๔ พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของผู้ยากไร้ เป็นที่พักพิงสำหรับคนขัดสนซึ่งอยู่ในความทุกข์ เป็นป้อมกำบังจากพายุ เป็นร่มเงาหลบความร้อน เพราะลมหายใจเข้าออกของคนอำมหิต เหมือนพายุที่พัดกระหน่ำกำแพง
กิจการของอัครทูต ๒๐:๓๕ ทุกอย่างที่ข้าพเจ้าทำไป ข้าพเจ้าแสดงให้ท่านเห็นแล้ว ว่า โดยการทำงานหนักเช่นนี้ เราต้องช่วยผู้อ่อนแอ จงระลึกถึงพระดำรัสที่องค์พระเยซูเจ้าเองตรัสไว้ว่า ‘การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ’ ”
สุภาษิต ๒๙:๗ คนชอบธรรมใส่ใจในความยุติธรรมเพื่อผู้ยากไร้ แต่คนชั่วไม่แยแส
สดุดี ๑๔๐:๑๒ ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงผดุงความยุติธรรมเพื่อผู้ยากไร้ และปกป้องสิทธิของคนแร้นแค้น
เยเรมีย์ ๒๒:๑๖ เขาได้ตัดสินคดีของคนยากไร้และคนขัดสนอย่างยุติธรรม เขาจึงอยู่เย็นเป็นสุข การรู้จักเราหมายความอย่างนั้นไม่ใช่หรือ?” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
๑ ซามูเอล ๒:๘ พระองค์ทรงยกชูผู้ยากไร้ขึ้นจากธุลี ทรงยกคนขัดสนจากกองขี้เถ้า พระองค์ทรงให้เขานั่งร่วมกับเจ้านาย และให้เขาครองบัลลังก์อันทรงเกียรติ “เพราะรากฐานของแผ่นดินโลกเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสถาปนาโลกไว้บนนั้น
ลูกา ๓:๑๑ ยอห์นตอบว่า “ผู้ที่มีเสื้อสองตัวจงแบ่งให้ผู้ที่ไม่มีและคนที่มีอาหารก็ควรแบ่งปันเช่นกัน”
เลวีนิติ ๒๕:๓๕ “ ‘หากพี่น้องร่วมชาติของเจ้ายากจนลง ไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ เจ้าจงช่วยเหลือเขาเหมือนที่เอื้อเฟื้อแก่คนต่างด้าวหรือผู้ที่อาศัยอยู่กับเจ้าชั่วคราว เพื่อเขาจะอยู่ท่ามกลางพวกเจ้าต่อไปได้
สุภาษิต ๒๒:๒๒-๒๓ [๒๒] อย่าขูดรีดคนจน เพราะเขาจนอยู่แล้ว และอย่าบีบคั้นคนขัดสนในศาล [๒๓] เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงว่าความให้เขา และจะเล่นงานผู้ที่เล่นงานเขา
เลวีนิติ ๑๙:๑๕ “ ‘อย่าบิดเบือนความยุติธรรม อย่าลำเอียงเข้าข้างคนจนหรือคนใหญ่คนโต แต่จงตัดสินความอย่างเที่ยงธรรม
สุภาษิต ๓๑:๘-๙ [๘] “จงเป็นปากเป็นเสียงให้ผู้ที่ไม่อาจปริปากเพื่อตนเอง เพื่อสิทธิ์ของผู้ที่สิ้นไร้ไม้ตอก [๙] จงเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเขาและตัดสินอย่างยุติธรรม จงออกบทบัญญัติเพื่อประโยชน์ของผู้ยากไร้และขัดสน”
สดุดี ๑๒:๕ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะลุกขึ้น เพราะเห็นแก่คนยากจนที่ถูกรีดไถและเห็นแก่คนยากไร้ที่โอดครวญ เราจะปกป้องพวกเขาจากคนที่ประทุษร้าย”
สดุดี ๓๕:๑๐ ทั้งชีวิตจิตใจของข้าพระองค์จะประกาศว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าเจ้าข้า ใครเล่าเสมอเหมือนพระองค์? พระองค์ทรงช่วยผู้ยากไร้จากผู้ที่แข็งแกร่งเกินกำลังของเขา ทรงช่วยผู้ยากไร้และแร้นแค้นจากผู้ที่ปล้นเขา”
เอเฟซัส ๔:๒๘ ผู้ที่เคยลักขโมยก็อย่าลักขโมยอีก แต่จงทำงาน ใช้มือของตนทำสิ่งที่มีประโยชน์ เผื่อจะมีอะไรแบ่งปันให้คนขัดสน
เอเสเคียล ๑๖:๔๙ “ ‘บัดนี้โสโดมน้องสาวของเจ้ามีบาปคือ นางกับลูกๆ ที่หยิ่งยโสได้รับการบำรุงบำเรอเกินขนาดและไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอันใด พวกเขาไม่ช่วยเหลือคนยากจนขัดสน
อิสยาห์ ๕๘:๖-๗ [๖] “อย่างนี้ไม่ใช่หรือคือการถืออดอาหารที่เราเลือกไว้? คือการปลดโซ่ตรวนแห่งความอยุติธรรม แก้สายรัดแอก ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ข่มเหงให้เป็นอิสระ และหักแอกทุกอัน [๗] ไม่ใช่เป็นการแบ่งปันอาหารของเจ้าแก่ผู้หิวโหย และให้ที่พักพิงแก่คนยากจนเร่ร่อนหรือ? ไม่ใช่การให้เสื้อผ้าแก่ผู้เปลือยกายที่เจ้าพบ และช่วยเหลือเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าเองหรือ?
สุภาษิต ๑๗:๕ ผู้ที่เย้ยหยันคนยากจนก็หมิ่นประมาทพระผู้สร้างของพวกเขา ผู้ที่ดีใจเมื่อคนอื่นเผชิญภัยพิบัติจะไม่ลอยนวลพ้นโทษ
๑ ยอห์น ๓:๑๗-๑๘ [๑๗] ถ้าผู้ใดมีทรัพย์สิ่งของ และเห็นพี่น้องของตนขัดสนแต่ยังไม่สงสารเขา ความรักของพระเจ้าจะอยู่ในผู้นั้นได้อย่างไร? [๑๘] ลูกที่รัก อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปาก เท่านั้น แต่ให้เรารักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง
มัทธิว ๒๕:๔๐ “องค์ราชันจะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่าสิ่งใดที่ท่านทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรา ท่านก็ได้ทำให้เราด้วย’
เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๕:๑๐-๑๑ [๑๐] ท่านจงให้เขายืมด้วยใจกว้างขวางและอย่ามีใจคิดเสียดาย เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงอวยพรท่านในกิจการงานทุกอย่างและทุกสิ่งที่ท่านทำ [๑๑] จะมีคนจนในแผ่นดินเสมอ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงกำชับให้ท่านเอื้อเฟื้อแก่พี่น้อง คนยากไร้ ผู้ขัดสนในดินแดนของท่าน
อิสยาห์ ๖๑:๑ พระวิญญาณของพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่ผู้ยากไร้ พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาปลอบโยนผู้ชอกช้ำระกำใจ ให้ประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย และปลดปล่อยนักโทษ จากความมืด
กาลาเทีย ๖:๒ จงช่วยรับภาระของกันและกัน ทำดังนี้แล้วท่านก็ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์
ฮีบรู ๑๓:๑๖ อย่าลืมที่จะทำความดีและแบ่งปันร่วมกับผู้อื่นเพราะพระเจ้าพอพระทัยเครื่องบูชาเช่นนี้
โรม ๑๒:๑๓ จงแบ่งปันแก่ประชากรของพระเจ้าที่ขาดแคลน จงสำแดงน้ำใจรับรองแขก
ลูกา ๓:๑๐-๑๑ [๑๐] ประชาชนถามว่า “ถ้าเช่นนั้นเราควรทำอย่างไร?” [๑๑] ยอห์นตอบว่า “ผู้ที่มีเสื้อสองตัวจงแบ่งให้ผู้ที่ไม่มีและคนที่มีอาหารก็ควรแบ่งปันเช่นกัน”
อิสยาห์ ๔๑:๑๗ “คนยากไร้และขัดสนเสาะหาน้ำดื่ม แต่ไม่มีเลย ลิ้นของเขาแห้งผากด้วยความกระหาย แต่เรา พระยาห์เวห์จะตอบเขา เรา พระเจ้าแห่งอิสราเอลจะไม่ทอดทิ้งพวกเขาเลย
เฉลยธรรมบัญญัติ ๑๕:๗ หากมีคนยากจนท่ามกลางพี่น้องในเมืองใดของดินแดนซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านกำลังจะประทานแก่ท่าน อย่านิ่งดูดายหรือไม่ยอมเห็นใจช่วยเหลือเขา
เอเสเคียล ๒๒:๒๙ ชาวแผ่นดินนั้นทำการขู่กรรโชกและปล้นชิง เขากดขี่ข่มเหงผู้ยากไร้และขัดสน รังแกและไม่ให้ความเป็นธรรมแก่คนต่างด้าว