๑ ซามูเอล ๒:๒๑ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาฮันนาห์ นางตั้งครรภ์และมีบุตรชายสามคน บุตรสาวสองคน ซามูเอลก็เติบโตขึ้นต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า
๑ ซามูเอล ๒:๒๑ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาฮันนาห์ นางตั้งครรภ์และมีบุตรชายสามคน บุตรสาวสองคน ซามูเอลก็เติบโตขึ้นต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า
เฉลยธรรมบัญญัติ ๘:๒ จงระลึกว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงนำท่านผ่านถิ่นกันดารตลอดสี่สิบปีที่ผ่านมานี้อย่างไร พระองค์ทรงทำให้ท่านถ่อมลงและทดสอบดูใจของท่านว่าท่านจะทำตามพระบัญชาของพระองค์หรือไม่
เฉลยธรรมบัญญัติ ๗:๑๔ ท่านจะได้รับพระพรเหนือกว่าชนชาติอื่นใด จะไม่มีชายหญิงคนใดในพวกท่านที่เป็นหมัน และฝูงสัตว์ของท่านก็เช่นกัน
ปฐมกาล ๑:๒๘ พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาและตรัสว่า “จงมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองและทวีจำนวนขึ้นจนเต็มโลก และจงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ที่เลื้อยคลาน”
เฉลยธรรมบัญญัติ ๘:๒ จงระลึกว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงนำท่านผ่านถิ่นกันดารตลอดสี่สิบปีที่ผ่านมานี้อย่างไร พระองค์ทรงทำให้ท่านถ่อมลงและทดสอบดูใจของท่านว่าท่านจะทำตามพระบัญชาของพระองค์หรือไม่
ปฐมกาล ๒๕:๒๑ อิสอัคอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อภรรยาเพราะนางเป็นหมัน และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขา นางเรเบคาห์ผู้เป็นภรรยาก็ได้ตั้งครรภ์
ปฐมกาล ๑:๒๘ พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาและตรัสว่า “จงมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองและทวีจำนวนขึ้นจนเต็มโลก และจงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ที่เลื้อยคลาน”
ปฐมกาล ๒๕:๒๑ อิสอัคอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อภรรยาเพราะนางเป็นหมัน และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขา นางเรเบคาห์ผู้เป็นภรรยาก็ได้ตั้งครรภ์
๑ โครินธ์ ๓:๑๖ ท่านไม่รู้หรือว่าท่านเองเป็นวิหารของพระเจ้าและพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตภายในท่าน?
ฮีบรู ๑๑:๑๑ โดยความเชื่อแม้อับราฮัมชรามากแล้วและซาราห์เองก็เป็นหมัน เขาก็ยังสามารถมีบุตรได้ เพราะเขา ถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นสัตย์ซื่อ
ยากอบ ๑:๑๗ ของประทานทุกอย่างที่ดีและล้ำเลิศล้วนมาจากเบื้องบน จากพระบิดาแห่งดวงสว่างทั้งหลายในฟ้าสวรรค์ ผู้ไม่ได้ทรงผันแปรเหมือนเงาที่แปรเปลี่ยน
๑ โครินธ์ ๓:๑๖ ท่านไม่รู้หรือว่าท่านเองเป็นวิหารของพระเจ้าและพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตภายในท่าน?
ยอห์น ๑๖:๓๓ “เราบอกสิ่งเหล่านี้แก่พวกท่านเพื่อพวกท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้พวกท่านจะมีความทุกข์ยากแต่จงชื่นใจเถิด! เราได้ชนะโลกแล้ว”
ยากอบ ๑:๑๗ ของประทานทุกอย่างที่ดีและล้ำเลิศล้วนมาจากเบื้องบน จากพระบิดาแห่งดวงสว่างทั้งหลายในฟ้าสวรรค์ ผู้ไม่ได้ทรงผันแปรเหมือนเงาที่แปรเปลี่ยน
สดุดี ๑๑๓:๙ พระองค์ประทานเหย้าเรือนแก่ผู้หญิงที่เป็นหมัน เพื่อเธอจะเป็นมารดาผู้มีสุขของลูกๆ จงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า
ยอห์น ๑๖:๓๓ “เราบอกสิ่งเหล่านี้แก่พวกท่านเพื่อพวกท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้พวกท่านจะมีความทุกข์ยากแต่จงชื่นใจเถิด! เราได้ชนะโลกแล้ว”
สดุดี ๑๒๘:๓ ภรรยาของท่านจะเป็นดั่งเถาองุ่นผลดกอยู่ในบ้าน บุตรทั้งหลายของท่านจะเป็นดั่งหน่อมะกอกอยู่รอบโต๊ะของท่าน
สดุดี ๑๒๗:๓ บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้า บุตรหลานเป็นบำเหน็จจากพระองค์
สดุดี ๑๓๙:๑๓ เพราะพระองค์ทรงสร้างส่วนลึกล้ำภายในตัวข้าพระองค์ พระองค์ทรงถักทอข้าพระองค์ขึ้นในครรภ์มารดา
สดุดี ๑๒๘:๓ ภรรยาของท่านจะเป็นดั่งเถาองุ่นผลดกอยู่ในบ้าน บุตรทั้งหลายของท่านจะเป็นดั่งหน่อมะกอกอยู่รอบโต๊ะของท่าน
สดุดี ๑๔๗:๓ พระองค์ทรงรักษาผู้ที่ดวงใจแหลกสลาย และสมานรอยแผลของเขาเหล่านั้น
สดุดี ๑๓๙:๑๓ เพราะพระองค์ทรงสร้างส่วนลึกล้ำภายในตัวข้าพระองค์ พระองค์ทรงถักทอข้าพระองค์ขึ้นในครรภ์มารดา
มาระโก ๑๑:๒๔ เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่าไม่ว่าท่านอธิษฐานทูลขอสิ่งใดจงเชื่อว่าจะได้รับแล้วท่านจะได้สิ่งนั้น
สดุดี ๑๔๗:๓ พระองค์ทรงรักษาผู้ที่ดวงใจแหลกสลาย และสมานรอยแผลของเขาเหล่านั้น
ฟีลิปปี ๔:๑๓ ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า
มาระโก ๑๑:๒๔ เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่าไม่ว่าท่านอธิษฐานทูลขอสิ่งใดจงเชื่อว่าจะได้รับแล้วท่านจะได้สิ่งนั้น
โรม ๑๒:๑๒ จงชื่นชมยินดีในความหวัง อดทนต่อความทุกข์ยากและสัตย์ซื่อในการอธิษฐาน
ฟีลิปปี ๔:๑๓ ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า
โรม ๕:๓-๕ [๓] ไม่เพียงเท่านั้นแต่เรา ยังชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้นก่อให้เกิดความบากบั่น [๔] ความบากบั่นทำให้เรามีอุปนิสัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้การได้ และอุปนิสัยเช่นนั้นทำให้มีความหวัง [๕] และความหวังไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะพระเจ้าทรงเทความรักของพระองค์เข้ามาในจิตใจของเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแก่เรา
โรม ๑๒:๑๒ จงชื่นชมยินดีในความหวัง อดทนต่อความทุกข์ยากและสัตย์ซื่อในการอธิษฐาน
ลูกา ๑:๑๓-๒๑ [๑๓] แต่ทูตนั้นกล่าวกับเขาว่า “เศคาริยาห์เอ๋ย อย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อเขาว่ายอห์น [๑๔] เขาจะเป็นความชื่นชมยินดีและความสุขใจแก่ท่านและคนทั้งหลายจะปีติยินดีที่เขาเกิดมา [๑๕] เพราะเขาจะยิ่งใหญ่ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า เขาจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นและของมึนเมาเลย และเขาจะเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่เกิด [๑๖] เขาจะนำชนอิสราเอลมากมายกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของพวกเขา [๑๗] และเขาจะนำหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยจิตใจและฤทธิ์อำนาจของเอลียาห์ เพื่อให้จิตใจของบิดาหันมาหาบุตรและให้คนดื้อด้านหันมาสู่สติปัญญาของผู้ชอบธรรม เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า” [๑๘] เศคาริยาห์ถามทูตนั้นว่า “ข้าพเจ้าจะแน่ใจในเรื่องนี้ได้อย่างไร? ตัวข้าพเจ้าก็ชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว” [๑๙] ทูตนั้นตอบว่า “เราคือกาเบรียล เรายืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า พระองค์ทรงใช้เรามาพูดกับท่านและให้มาบอกข่าวดีนี้แก่ท่าน [๒๐] บัดนี้ท่านจะเป็นใบ้ตราบจนวันที่สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะท่านไม่เชื่อคำของเราซึ่งจะเป็นจริงเมื่อถึงเวลาที่กำหนด” [๒๑] ขณะเดียวกันนั้นผู้คนกำลังรอเศคาริยาห์และสงสัยว่าทำไมเขาจึงอยู่ในพระวิหารนานนัก
สดุดี ๑๑๒:๑-๑๐ [๑] จงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า ความสุขมีแก่ผู้ที่ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่ปีติยินดีในพระบัญชาของพระองค์ [๒] ลูกหลานของพวกเขาจะเกรียงไกรในดินแดน ผู้ชอบธรรมแต่ละชั่วอายุจะได้รับพระพร [๓] ความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติอยู่ในเรือนของเขา และความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่นิรันดร์ [๔] แม้ในความมืด แสงสว่างก็ฉายเข้ามาสำหรับผู้เที่ยงธรรม สำหรับผู้มีใจเมตตากรุณาและชอบธรรม [๕] ผู้ที่มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้ยืมด้วยใจกว้างขวาง ผู้ที่ดำเนินกิจการอย่างเที่ยงธรรมจะอยู่เย็นเป็นสุข [๖] แน่ทีเดียว คนชอบธรรมจะไม่มีวันสั่นคลอน พวกเขาจะเป็นที่จดจำเสมอไป [๗] พวกเขาจะไม่หวาดวิตกต่อข่าวร้าย จิตใจของพวกเขาแน่วแน่และวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า [๘] จิตใจของพวกเขามั่นคง ไม่มีความกลัว สุดท้ายพวกเขาจะมองดูศัตรูอย่างผู้ชนะ [๙] พวกเขาได้แจกจ่ายให้คนยากจน ความชอบธรรมของพวกเขาดำรงอยู่นิรันดร์ พวกเขาจะยิ่งใหญ่และมีเกียรติ [๑๐] คนชั่วร้ายจะเห็นและหัวเสีย พวกเขาจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและย่อยยับไป ความปรารถนาของคนชั่วร้ายจะสูญเปล่า
โรม ๕:๓-๕ [๓] ไม่เพียงเท่านั้นแต่เรา ยังชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้นก่อให้เกิดความบากบั่น [๔] ความบากบั่นทำให้เรามีอุปนิสัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้การได้ และอุปนิสัยเช่นนั้นทำให้มีความหวัง [๕] และความหวังไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะพระเจ้าทรงเทความรักของพระองค์เข้ามาในจิตใจของเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ประทานแก่เรา
อิสยาห์ ๕๔:๑-๑๗ [๑] “จงร้องเพลงเถิด หญิงหมันเอ๋ย เจ้าผู้ไม่เคยมีลูก จงเปล่งเสียงร้องเพลงและจงโห่ร้องยินดีเถิด เจ้าผู้ไม่เคยเจ็บครรภ์ เพราะลูกของหญิงที่โดดเดี่ยว ก็ยังมีมากกว่าลูกของหญิงผู้มีสามี” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนั้น [๒] “จงขยายที่ตั้งเต็นท์ของเจ้า ขึงผ้าเต็นท์ออกกว้าง อย่ารั้งไว้ ต่อเชือกเต็นท์ และตอกหลักหมุดให้มั่นคง [๓] เพราะเจ้าจะขยายออกไปทั้งซ้ายและขวา ลูกหลานของเจ้าจะยึดกรรมสิทธิ์ของประชาชาติต่างๆ และตั้งถิ่นฐานในนครต่างๆ ที่เริศร้างของพวกเขา [๔] “อย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ต้องทนอับอาย อย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ต้องขายหน้า เจ้าจะลืมความอัปยศในวัยสาว และไม่จดจำคำถากถางเรื่องความเป็นม่ายของเจ้าอีก [๕] เพราะพระผู้สร้างของเจ้าเป็นสามีของเจ้า พระองค์ทรงพระนามว่าพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลคือพระผู้ไถ่ของเจ้า เขาจะเรียกพระองค์ว่าพระเจ้าเหนือสากลโลก [๖] องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเรียกเจ้ากลับมา เสมือนหนึ่งเจ้าเป็นภรรยาที่ถูกทอดทิ้งและชอกช้ำระกำใจ เป็นภรรยาที่แต่งงานไปตั้งแต่ยังสาว เพียงเพื่อจะถูกทอดทิ้ง” พระเจ้าของเจ้าตรัสดังนั้น [๗] “เราทอดทิ้งเจ้าชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง แต่ด้วยความเมตตาอย่างลึกซึ้ง เราจะพาเจ้ากลับมา [๘] ในชั่วขณะหนึ่งของความโกรธ เราเบือนหน้าหนีไปจากเจ้า แต่ด้วยความกรุณานิรันดร์ เราจะเมตตาเจ้า” พระยาห์เวห์พระผู้ไถ่ของเจ้าตรัสไว้ดังนั้น [๙] “สำหรับเราแล้วเรื่องนี้เป็นเหมือนในสมัยโนอาห์ เราปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ให้น้ำของโนอาห์ท่วมโลกอีกฉันใด บัดนี้เราก็ปฏิญาณว่าจะไม่โกรธ และไม่ตำหนิเจ้าอีกฉันนั้น [๑๐] แม้ภูเขาจะถูกเขย่า และเนินเขาถูกเขยื้อนไป แต่ความรักมั่นคงที่เรามีต่อเจ้าจะไม่คลอนแคลน และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่สูญสิ้นไป” องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตาเจ้าตรัสไว้ดังนั้น [๑๑] “โอ นครซึ่งถูกทรมาน ถูกพายุพัดกระหน่ำ และไม่ได้รับการปลอบโยน เราจะสร้างเจ้าด้วยไพฑูรย์ ฐานรากของเจ้าคือพลอยสีน้ำเงิน [๑๒] เราจะสร้างหอรบของเจ้าด้วยทับทิม ประตูของเจ้าทำจากพลอยอันวาววับ และกำแพงทั้งหมดทำจากอัญมณีล้ำค่า [๑๓] ลูกทุกคนของเจ้าจะรับการสอนจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาจะมีสันติสุขยิ่งใหญ่ [๑๔] เจ้าจะได้รับการสถาปนาขึ้นในความชอบธรรม การกดขี่ข่มเหงจะห่างไกลจากเจ้า ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกลัว ความอกสั่นขวัญแขวนจะถูกกำจัดไปไกล มันจะไม่เฉียดกรายเจ้า [๑๕] หากมีใครโจมตีเจ้า ก็ไม่ใช่ฝีมือของเรา ผู้ที่โจมตีเจ้าจะยอมแพ้เจ้า [๑๖] “ดูเถิด เราเองเป็นผู้สร้างช่างเหล็ก ผู้พัดถ่านให้ลุกเป็นไฟ และผลิตอาวุธที่เหมาะกับงานของมัน และเราเองที่สร้างผู้ทำลายล้างเพื่อสร้างความย่อยยับ [๑๗] ไม่มีอาวุธชิ้นใดที่ต่อสู้เจ้าแล้วเอาชนะเจ้าได้ เจ้าจะหักล้างทุกลิ้นที่ปรักปรำเจ้า นี่เป็นมรดกของบรรดาผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นการพิสูจน์ยืนยันจากเราว่าเขาไม่ผิด” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
ลูกา ๑:๑๓-๒๑ [๑๓] แต่ทูตนั้นกล่าวกับเขาว่า “เศคาริยาห์เอ๋ย อย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อเขาว่ายอห์น [๑๔] เขาจะเป็นความชื่นชมยินดีและความสุขใจแก่ท่านและคนทั้งหลายจะปีติยินดีที่เขาเกิดมา [๑๕] เพราะเขาจะยิ่งใหญ่ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า เขาจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นและของมึนเมาเลย และเขาจะเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่เกิด [๑๖] เขาจะนำชนอิสราเอลมากมายกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของพวกเขา [๑๗] และเขาจะนำหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยจิตใจและฤทธิ์อำนาจของเอลียาห์ เพื่อให้จิตใจของบิดาหันมาหาบุตรและให้คนดื้อด้านหันมาสู่สติปัญญาของผู้ชอบธรรม เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า” [๑๘] เศคาริยาห์ถามทูตนั้นว่า “ข้าพเจ้าจะแน่ใจในเรื่องนี้ได้อย่างไร? ตัวข้าพเจ้าก็ชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว” [๑๙] ทูตนั้นตอบว่า “เราคือกาเบรียล เรายืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้า พระองค์ทรงใช้เรามาพูดกับท่านและให้มาบอกข่าวดีนี้แก่ท่าน [๒๐] บัดนี้ท่านจะเป็นใบ้ตราบจนวันที่สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะท่านไม่เชื่อคำของเราซึ่งจะเป็นจริงเมื่อถึงเวลาที่กำหนด” [๒๑] ขณะเดียวกันนั้นผู้คนกำลังรอเศคาริยาห์และสงสัยว่าทำไมเขาจึงอยู่ในพระวิหารนานนัก
๑ ซามูเอล ๑:๑-๒๘ [๑] มีชายตระกูลศูฟคนหนึ่งจากรามาธาอิม ในแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิม ชื่อเอลคานาห์ บุตรเยโรฮัม บุตรเอลีฮู บุตรโทหุ บุตรศูฟชาวเอฟราอิม [๒] เอลคานาห์มีภรรยาสองคนคือฮันนาห์และเปนินนาห์ เปนินนาห์มีบุตร ส่วนฮันนาห์ไม่มีบุตร [๓] ชายผู้นี้จะเดินทางไปนมัสการและถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ที่ชิโลห์ทุกปี โฮฟนีและฟีเนหัส บุตรทั้งสองของเอลีเป็นปุโรหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ที่นั่น [๔] ทุกครั้งที่ถวายเครื่องบูชา เอลคานาห์จะมอบเนื้อส่วนต่างๆ แก่เปนินนาห์และบุตรชายหญิงทุกคน [๕] แต่สำหรับนางฮันนาห์เขาจะมอบให้ถึงสองส่วนเพราะเขารักนาง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปิดครรภ์ของนางไว้ [๖] และเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปิดครรภ์ของนาง เปนินนาห์คู่แข่งของฮันนาห์ก็ยิ่งซ้ำเติมให้นางขุ่นเคืองใจ [๗] เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ปีแล้วปีเล่า ทุกครั้งที่ฮันนาห์มายังพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปนินนาห์คู่แข่งจะซ้ำเติมจนนางร้องไห้ไม่ยอมรับประทานอาหาร [๘] เอลคานาห์สามีของนางจะกล่าวกับนางว่า “ฮันนาห์ เธอร้องไห้ทำไม? ทำไมไม่ยอมกินอาหาร? ทำไมต้องทุกข์ระทมใจ? มีฉันอยู่ทั้งคนไม่ดีกว่ามีลูกชายสิบคนหรือ?” [๙] ครั้งหนึ่งขณะอยู่ที่ชิโลห์ หลังจากที่พวกเขากินและดื่มแล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น ปุโรหิตเอลีนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเสาประตูพระวิหาร ขององค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๐] ฮันนาห์ร่ำไห้ด้วยความทุกข์ระทมและอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๑] นางถวายปฏิญาณว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ หากพระองค์ทรงเหลียวแลความทุกข์โศกของผู้รับใช้ของพระองค์และระลึกถึงข้าพระองค์ หากไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์และประทานบุตรชายให้ ข้าพระองค์ก็จะถวายเขาแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชีวิตของเขาและมีดโกนจะไม่ถูกต้องศีรษะของเขาเลย” [๑๒] ขณะที่นางอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่นั้น เอลีสังเกตเห็นริมฝีปากของนาง [๑๓] ฮันนาห์อธิษฐานอยู่ในใจและริมฝีปากของนางขมุบขมิบแต่ไม่ได้ยินเสียงของนาง เอลีก็คิดว่านางเมาเหล้า [๑๔] จึงกล่าวกับนางว่า “เธอจะเมาไปอีกนานสักเท่าใด จงเลิกดื่มเหล้าองุ่นเสียเถอะ” [๑๕] ฮันนาห์ตอบว่า “เปล่าเจ้าค่ะ ดิฉันคือหญิงผู้ทุกข์ระทม ดิฉันไม่ได้เมาเหล้าองุ่นหรือของมึนเมา แต่กำลังทูลระบายความในใจต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๖] ขออย่าเข้าใจผิดว่าผู้รับใช้ของท่านเป็นหญิงชั่ว ดิฉันกำลังอธิษฐานด้วยความทุกข์โศกและด้วยความกระวนกระวายใจอย่างมาก” [๑๗] เอลีจึงตอบว่า “ไปดีมีสุขเถิด ขอให้พระเจ้าแห่งอิสราเอลประทานให้ตามคำทูลขอของเธอ” [๑๘] นางกล่าวว่า “ขอให้ผู้รับใช้ของท่านเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่านเถิด” แล้วนางก็กลับไปรับประทานอาหารและไม่ได้มีสีหน้าโศกสลดอีกเลย [๑๙] วันรุ่งขึ้นพวกเขาตื่นแต่เช้าและนมัสการต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจากนั้นก็กลับบ้านที่รามาห์ เอลคานาห์หลับนอนกับนางฮันนาห์ภรรยาของเขา และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงระลึกถึงนาง [๒๐] เมื่อถึงวาระกำหนดฮันนาห์ก็ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย นางตั้งชื่อให้ว่าซามูเอล ตามที่นางกล่าวว่า “เพราะดิฉันทูลขอเขาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า” [๒๑] เมื่อเอลคานาห์และครอบครัวขึ้นไปถวายเครื่องบูชาประจำปีแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและปฏิบัติตามที่ถวายปฏิญาณไว้ [๒๒] ฮันนาห์ไม่ได้ไปด้วย นางบอกสามีว่า “รอจนลูกคนนี้หย่านม ดิฉันจะพาเขาไปเข้าเฝ้าต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้เขาอยู่ที่นั่นตลอดไป” [๒๓] เอลคานาห์สามีของนางบอกนางว่า “ทำตามที่เธอเห็นว่าดีที่สุดก็แล้วกัน รอให้เขาหย่านมก่อน ขอให้เป็นไปตามพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด ” นางจึงยังคงอยู่ที่บ้าน เอาใจใส่เลี้ยงดูลูกจนกระทั่งเด็กนั้นหย่านม [๒๔] หลังจากเขาหย่านมแล้ว นางก็พาเด็กชายคนนั้นมายังพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ชิโลห์ขณะที่เขายังเล็กอยู่ พร้อมด้วยวัวผู้อายุสามปีหนึ่งตัว แป้งประมาณ 22 ลิตร และเหล้าองุ่นหนึ่งถุงหนัง [๒๕] เมื่อพวกเขาฆ่าวัวถวายเสร็จแล้วก็พาเด็กนั้นมาพบเอลี [๒๖] ฮันนาห์กล่าวกับเอลีว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ดิฉันคือหญิงซึ่งเคยมายืนอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงนี้ [๒๗] ดิฉันทูลขอลูกชายคนนี้จากพระองค์ และองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ประทานตามคำวิงวอน [๒๘] บัดนี้ดิฉันนำเขามาถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเขาจะเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชีวิตของเขา” แล้วเขาก็นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ที่นั่น
สดุดี ๑๑๒:๑-๑๐ [๑] จงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า ความสุขมีแก่ผู้ที่ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่ปีติยินดีในพระบัญชาของพระองค์ [๒] ลูกหลานของพวกเขาจะเกรียงไกรในดินแดน ผู้ชอบธรรมแต่ละชั่วอายุจะได้รับพระพร [๓] ความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติอยู่ในเรือนของเขา และความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่นิรันดร์ [๔] แม้ในความมืด แสงสว่างก็ฉายเข้ามาสำหรับผู้เที่ยงธรรม สำหรับผู้มีใจเมตตากรุณาและชอบธรรม [๕] ผู้ที่มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้ยืมด้วยใจกว้างขวาง ผู้ที่ดำเนินกิจการอย่างเที่ยงธรรมจะอยู่เย็นเป็นสุข [๖] แน่ทีเดียว คนชอบธรรมจะไม่มีวันสั่นคลอน พวกเขาจะเป็นที่จดจำเสมอไป [๗] พวกเขาจะไม่หวาดวิตกต่อข่าวร้าย จิตใจของพวกเขาแน่วแน่และวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า [๘] จิตใจของพวกเขามั่นคง ไม่มีความกลัว สุดท้ายพวกเขาจะมองดูศัตรูอย่างผู้ชนะ [๙] พวกเขาได้แจกจ่ายให้คนยากจน ความชอบธรรมของพวกเขาดำรงอยู่นิรันดร์ พวกเขาจะยิ่งใหญ่และมีเกียรติ [๑๐] คนชั่วร้ายจะเห็นและหัวเสีย พวกเขาจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและย่อยยับไป ความปรารถนาของคนชั่วร้ายจะสูญเปล่า
อิสยาห์ ๕๔:๑-๑๗ [๑] “จงร้องเพลงเถิด หญิงหมันเอ๋ย เจ้าผู้ไม่เคยมีลูก จงเปล่งเสียงร้องเพลงและจงโห่ร้องยินดีเถิด เจ้าผู้ไม่เคยเจ็บครรภ์ เพราะลูกของหญิงที่โดดเดี่ยว ก็ยังมีมากกว่าลูกของหญิงผู้มีสามี” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนั้น [๒] “จงขยายที่ตั้งเต็นท์ของเจ้า ขึงผ้าเต็นท์ออกกว้าง อย่ารั้งไว้ ต่อเชือกเต็นท์ และตอกหลักหมุดให้มั่นคง [๓] เพราะเจ้าจะขยายออกไปทั้งซ้ายและขวา ลูกหลานของเจ้าจะยึดกรรมสิทธิ์ของประชาชาติต่างๆ และตั้งถิ่นฐานในนครต่างๆ ที่เริศร้างของพวกเขา [๔] “อย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ต้องทนอับอาย อย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ต้องขายหน้า เจ้าจะลืมความอัปยศในวัยสาว และไม่จดจำคำถากถางเรื่องความเป็นม่ายของเจ้าอีก [๕] เพราะพระผู้สร้างของเจ้าเป็นสามีของเจ้า พระองค์ทรงพระนามว่าพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลคือพระผู้ไถ่ของเจ้า เขาจะเรียกพระองค์ว่าพระเจ้าเหนือสากลโลก [๖] องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเรียกเจ้ากลับมา เสมือนหนึ่งเจ้าเป็นภรรยาที่ถูกทอดทิ้งและชอกช้ำระกำใจ เป็นภรรยาที่แต่งงานไปตั้งแต่ยังสาว เพียงเพื่อจะถูกทอดทิ้ง” พระเจ้าของเจ้าตรัสดังนั้น [๗] “เราทอดทิ้งเจ้าชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง แต่ด้วยความเมตตาอย่างลึกซึ้ง เราจะพาเจ้ากลับมา [๘] ในชั่วขณะหนึ่งของความโกรธ เราเบือนหน้าหนีไปจากเจ้า แต่ด้วยความกรุณานิรันดร์ เราจะเมตตาเจ้า” พระยาห์เวห์พระผู้ไถ่ของเจ้าตรัสไว้ดังนั้น [๙] “สำหรับเราแล้วเรื่องนี้เป็นเหมือนในสมัยโนอาห์ เราปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ให้น้ำของโนอาห์ท่วมโลกอีกฉันใด บัดนี้เราก็ปฏิญาณว่าจะไม่โกรธ และไม่ตำหนิเจ้าอีกฉันนั้น [๑๐] แม้ภูเขาจะถูกเขย่า และเนินเขาถูกเขยื้อนไป แต่ความรักมั่นคงที่เรามีต่อเจ้าจะไม่คลอนแคลน และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่สูญสิ้นไป” องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตาเจ้าตรัสไว้ดังนั้น [๑๑] “โอ นครซึ่งถูกทรมาน ถูกพายุพัดกระหน่ำ และไม่ได้รับการปลอบโยน เราจะสร้างเจ้าด้วยไพฑูรย์ ฐานรากของเจ้าคือพลอยสีน้ำเงิน [๑๒] เราจะสร้างหอรบของเจ้าด้วยทับทิม ประตูของเจ้าทำจากพลอยอันวาววับ และกำแพงทั้งหมดทำจากอัญมณีล้ำค่า [๑๓] ลูกทุกคนของเจ้าจะรับการสอนจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขาจะมีสันติสุขยิ่งใหญ่ [๑๔] เจ้าจะได้รับการสถาปนาขึ้นในความชอบธรรม การกดขี่ข่มเหงจะห่างไกลจากเจ้า ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกลัว ความอกสั่นขวัญแขวนจะถูกกำจัดไปไกล มันจะไม่เฉียดกรายเจ้า [๑๕] หากมีใครโจมตีเจ้า ก็ไม่ใช่ฝีมือของเรา ผู้ที่โจมตีเจ้าจะยอมแพ้เจ้า [๑๖] “ดูเถิด เราเองเป็นผู้สร้างช่างเหล็ก ผู้พัดถ่านให้ลุกเป็นไฟ และผลิตอาวุธที่เหมาะกับงานของมัน และเราเองที่สร้างผู้ทำลายล้างเพื่อสร้างความย่อยยับ [๑๗] ไม่มีอาวุธชิ้นใดที่ต่อสู้เจ้าแล้วเอาชนะเจ้าได้ เจ้าจะหักล้างทุกลิ้นที่ปรักปรำเจ้า นี่เป็นมรดกของบรรดาผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นการพิสูจน์ยืนยันจากเราว่าเขาไม่ผิด” องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น
๑ ซามูเอล ๑:๑-๒๘ [๑] มีชายตระกูลศูฟคนหนึ่งจากรามาธาอิม ในแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิม ชื่อเอลคานาห์ บุตรเยโรฮัม บุตรเอลีฮู บุตรโทหุ บุตรศูฟชาวเอฟราอิม [๒] เอลคานาห์มีภรรยาสองคนคือฮันนาห์และเปนินนาห์ เปนินนาห์มีบุตร ส่วนฮันนาห์ไม่มีบุตร [๓] ชายผู้นี้จะเดินทางไปนมัสการและถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ที่ชิโลห์ทุกปี โฮฟนีและฟีเนหัส บุตรทั้งสองของเอลีเป็นปุโรหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ที่นั่น [๔] ทุกครั้งที่ถวายเครื่องบูชา เอลคานาห์จะมอบเนื้อส่วนต่างๆ แก่เปนินนาห์และบุตรชายหญิงทุกคน [๕] แต่สำหรับนางฮันนาห์เขาจะมอบให้ถึงสองส่วนเพราะเขารักนาง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปิดครรภ์ของนางไว้ [๖] และเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปิดครรภ์ของนาง เปนินนาห์คู่แข่งของฮันนาห์ก็ยิ่งซ้ำเติมให้นางขุ่นเคืองใจ [๗] เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ปีแล้วปีเล่า ทุกครั้งที่ฮันนาห์มายังพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปนินนาห์คู่แข่งจะซ้ำเติมจนนางร้องไห้ไม่ยอมรับประทานอาหาร [๘] เอลคานาห์สามีของนางจะกล่าวกับนางว่า “ฮันนาห์ เธอร้องไห้ทำไม? ทำไมไม่ยอมกินอาหาร? ทำไมต้องทุกข์ระทมใจ? มีฉันอยู่ทั้งคนไม่ดีกว่ามีลูกชายสิบคนหรือ?” [๙] ครั้งหนึ่งขณะอยู่ที่ชิโลห์ หลังจากที่พวกเขากินและดื่มแล้ว ฮันนาห์ก็ลุกขึ้น ปุโรหิตเอลีนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเสาประตูพระวิหาร ขององค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๐] ฮันนาห์ร่ำไห้ด้วยความทุกข์ระทมและอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๑] นางถวายปฏิญาณว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ หากพระองค์ทรงเหลียวแลความทุกข์โศกของผู้รับใช้ของพระองค์และระลึกถึงข้าพระองค์ หากไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์และประทานบุตรชายให้ ข้าพระองค์ก็จะถวายเขาแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชีวิตของเขาและมีดโกนจะไม่ถูกต้องศีรษะของเขาเลย” [๑๒] ขณะที่นางอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่นั้น เอลีสังเกตเห็นริมฝีปากของนาง [๑๓] ฮันนาห์อธิษฐานอยู่ในใจและริมฝีปากของนางขมุบขมิบแต่ไม่ได้ยินเสียงของนาง เอลีก็คิดว่านางเมาเหล้า [๑๔] จึงกล่าวกับนางว่า “เธอจะเมาไปอีกนานสักเท่าใด จงเลิกดื่มเหล้าองุ่นเสียเถอะ” [๑๕] ฮันนาห์ตอบว่า “เปล่าเจ้าค่ะ ดิฉันคือหญิงผู้ทุกข์ระทม ดิฉันไม่ได้เมาเหล้าองุ่นหรือของมึนเมา แต่กำลังทูลระบายความในใจต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า [๑๖] ขออย่าเข้าใจผิดว่าผู้รับใช้ของท่านเป็นหญิงชั่ว ดิฉันกำลังอธิษฐานด้วยความทุกข์โศกและด้วยความกระวนกระวายใจอย่างมาก” [๑๗] เอลีจึงตอบว่า “ไปดีมีสุขเถิด ขอให้พระเจ้าแห่งอิสราเอลประทานให้ตามคำทูลขอของเธอ” [๑๘] นางกล่าวว่า “ขอให้ผู้รับใช้ของท่านเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่านเถิด” แล้วนางก็กลับไปรับประทานอาหารและไม่ได้มีสีหน้าโศกสลดอีกเลย [๑๙] วันรุ่งขึ้นพวกเขาตื่นแต่เช้าและนมัสการต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจากนั้นก็กลับบ้านที่รามาห์ เอลคานาห์หลับนอนกับนางฮันนาห์ภรรยาของเขา และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงระลึกถึงนาง [๒๐] เมื่อถึงวาระกำหนดฮันนาห์ก็ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย นางตั้งชื่อให้ว่าซามูเอล ตามที่นางกล่าวว่า “เพราะดิฉันทูลขอเขาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า” [๒๑] เมื่อเอลคานาห์และครอบครัวขึ้นไปถวายเครื่องบูชาประจำปีแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและปฏิบัติตามที่ถวายปฏิญาณไว้ [๒๒] ฮันนาห์ไม่ได้ไปด้วย นางบอกสามีว่า “รอจนลูกคนนี้หย่านม ดิฉันจะพาเขาไปเข้าเฝ้าต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าและให้เขาอยู่ที่นั่นตลอดไป” [๒๓] เอลคานาห์สามีของนางบอกนางว่า “ทำตามที่เธอเห็นว่าดีที่สุดก็แล้วกัน รอให้เขาหย่านมก่อน ขอให้เป็นไปตามพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด ” นางจึงยังคงอยู่ที่บ้าน เอาใจใส่เลี้ยงดูลูกจนกระทั่งเด็กนั้นหย่านม [๒๔] หลังจากเขาหย่านมแล้ว นางก็พาเด็กชายคนนั้นมายังพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ชิโลห์ขณะที่เขายังเล็กอยู่ พร้อมด้วยวัวผู้อายุสามปีหนึ่งตัว แป้งประมาณ 22 ลิตร และเหล้าองุ่นหนึ่งถุงหนัง [๒๕] เมื่อพวกเขาฆ่าวัวถวายเสร็จแล้วก็พาเด็กนั้นมาพบเอลี [๒๖] ฮันนาห์กล่าวกับเอลีว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด ดิฉันคือหญิงซึ่งเคยมายืนอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงนี้ [๒๗] ดิฉันทูลขอลูกชายคนนี้จากพระองค์ และองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ประทานตามคำวิงวอน [๒๘] บัดนี้ดิฉันนำเขามาถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเขาจะเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชีวิตของเขา” แล้วเขาก็นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ที่นั่น